
อ้างม็อบในปท.คู่ค้าเหตุเปิดข้อมูลส่งออกข้าวไม่ได้
รองอธิบดีกรมการค้างต่างประเทศอ้างหวั่นเกิดม็อบต่อต้านในประเทศคู่ค้า ทำให้เปิดข้อมูลตัวเลขส่งออกข้าวไม่ได้ อึกอักบอกไม่แน่ใจขายหน้าคลังหรือไม่
รองอธิบดีกรมการค้างต่างประเทศอ้างหวั่นเกิดม็อบต่อต้านในประเทศคู่ค้า ทำให้เปิดข้อมูลตัวเลขส่งออกข้าวไม่ได้ อึกอักบอกไม่แน่ใจขายหน้าคลังหรือไม่
เมื่อเวลา 11.00 น.ที่อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล ได้ประชุมตามญัตติที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ยื่นให้พิจารณาศึกษาตรวจสอบเกี่ยวกับโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล โดย กมธ.ได้เรียกอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) มาชี้แจงข้อมูลการส่งออกขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) แต่อธิบดีได้มอบหมายให้นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดี คต.มาชี้แจงแทน
ทั้งนี้นายคำนูน สิทธิสมาน สว.สรรหา ซักถามนายสุรศักดิ์ว่าข้องใจกรณีที่นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ระบุว่าการขายข้าวแบบจีทูจีมีการขายออกไปจริงโดยเป็นการขายหน้าโกดัง ซึ่งส่วนตัวแล้วเห็นว่าเป็นกระบวนการที่ผิดปกติ ดังนั้นนายสุรศักดิ์ควรชี้แจงว่าเป็นการขายผ่านระบบนายหน้าใช่หรือไม่ รวมทั้งขอให้ชี้แจงตัวเลขการส่งออกข้าวไปในแต่ละประเทศ
ด้านนายสุรศักดิ์ยืนยันว่าหากรัฐบาลจะขายให้ประเทศใดต้องแน่ใจได้ว่าคนที่ซื้อเป็นรัฐบาลจริง มีหนังสือรับรองจากรัฐบาลนั้นๆ โดยขณะนี้ได้ระบายข้าวไปหลายประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บังกลาเทศ และโกตดิวัวร์ แต่ไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลตัวเลขการส่งออกได้ เนื่องจากอาจเกิดกลุ่มต่อต้านในบางประเทศที่มีนโยบายการพึ่งพาตนเอง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งของประชาชนในประเทศคู่ค้าได้ ดังนั้นไม่สามารถเปิดเผยได้จนกว่ากระบวนการขายข้าวจะเสร็จสิ้นโครงการ
ต่อมาเมื่อมีผู้ถามว่าหากเปิดเผยตัวเลขส่งออกไม่ได้สามารถระบุระยะเวลาส่งมอบข้าวได้หรือไม่ นายสุรศักดิ์ ตอบว่า เป็นอำนาจของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ในการตัดสินใจเรื่องนี้ โดยขณะนี้ยืนยันได้เพียงว่ามีการระบายข้าวไปแล้ว 7.32 ล้านตัน ยังเหลือข้าวในสต๊อกอีก 12 ล้านตัน
นายสุรศักดิ์ ยังยอมรับว่า ส่วนเรื่องขั้นตอนการขายข้าวนั้นมีการขายหน้าคลังจริง โดยนายคำนูนถามย้ำว่ามั่นใจหรือไม่ว่ามีการขายหน้าคลัง เพราะการชี้แจงครั้งนี้มีการบันทึกเป็นหลักฐานเพื่อนำเป็นข้อมูลให้ สว.ยื่นอภิปรายไม่ลงมติในสภา โดยนายสุรศักดิ์ขอเปลี่ยนคำพูดเป็นไม่แน่ใจ แต่ได้พูดไปตามที่ รมว.พาณิชย์เคยให้สัมภาษณ์ ส่วนข้อกังวลว่าการไม่เปิดเผยข้อมูลอาจขัดต่อ พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการหรือไม่นั้น ยืนยันว่าไม่น่าจะขัดเพราะเรื่องนี้ถือเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
ด้านนายประสาร มฤคพิทักษ์ สว.สรรหา ถามว่า เงินที่ได้จากการขายข้าวได้ส่งให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) บ้างหรือไม่ นายสุรศักดิ์ แจงว่า เงินที่ได้รับได้ส่งไปให้ ธ.ก.ส.แล้วจำนวน 4 หมื่นกว่าล้านบาท สิ้นปีนี้จะส่งได้ถึง 8 หมื่นล้านบาท และสิ้นสุดโครงการคาดจะส่งให้เป็น 2 แสนกว่าล้านบาท
ขณะที่นางรสนา โตสิตระกูล สว.กทม.ซักว่า มีการตั้งข้อสงสัยว่าเหตุที่ปกปิดข้อมูลการส่งออกจีทูจี เพราะมีการตกลงแลกเปลี่ยนสินค้าข้าวกับรถไฟความเร็วสูงกับประเทศจีนใช่หรือไม่ เพราะในอดีตเคยมีกรณีแลกไก่กับเรือดับเพลิง รองอธิบดี คต.ตอบโต้ว่า ไม่มีการแลกเปลี่ยนแน่นอน เพราะเป็นสัญญาซื้อขายระหว่างรัฐต่อรัฐ
ต่อมาน.ส.สุมล สุตะวิริยะวัฒน์ สว.เพชรบุรีในฐานะประธาน กมธ.ได้สรุปว่าเนื่องจากรองอธิบดี คต.อ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะได้ จึงไม่มีประโยชน์ที่จะซักถามต่อไป ทาง กมธ.จะส่งหนังสือถึงกรม คต.ให้ส่งเอกสารข้อมูลรายละเอียดการส่งออกทั้งหมดมายัง กมธ.เพื่อประกอบการอภิปรายไม่ลงมตินโยบายจำนำข้าวของรัฐบาลตามรัฐธรรมนูญมาตรา 161
ทั้งนี้นายคำนูนย้ำหลังการประชุมเสร็จสิ้นว่า การที่นายสุรศักดิ์ยืนยันตาม รมว.พาณิชย์ว่ามีระบบการขายข้าวหน้าคลังนั้นเป็นที่น่าแปลกใจ เพราะส่วนตัวแล้วไม่เชื่อว่าประเทศคู่ค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบกระบวนการขนส่งข้าวหลังจากนั้นทั้งหมด อยากตั้งข้อสังเกตว่าระบบการขนสินค้าหน้าคลังนี้อาจเอื้อให้มีระบบนายหน้าส่งข้าวไปยังองค์กรรัฐวิสาหกิจแทน หรืออาจมีนายหน้าที่ได้เปอร์เซ็นต์จากการรับหน้าที่ระบายข้าวตรงจุดนี้
อย่างไรก็ตามสำหรับนายสุรศักดิ์ซึ่งเป็นถึงรองอธิบดีกรม คต.แต่ยังไม่เปิดเผยขั้นตอนการระบายได้ทั้งหมด จึงทำให้ขั้นตอนนี้ไม่มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่ จากนี้ต้องรอดูว่าทางกรม คต.จะส่งเอกสารมาชี้แจงได้ชัดเจนมาน้อยแค่ไหน







