
บอร์ดกสทช.ทำเข้มไม่รับไอโฟน-ไอแพด
กสทช. ยกเครื่องจรรยาบรรณใหม่อิงมาตรฐานสากล ห้ามค่ายมือถือแจกไอโฟนไอแพด ใช้โซเชียลมีเดียแพร่มติบอร์ด
กสทช. ยกเครื่องจรรยาบรรณใหม่อิงมาตรฐานสากล ห้ามค่ายมือถือแจกไอโฟนไอแพด ใช้โซเชียลมีเดียแพร่มติบอร์ด
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา มติเห็นชอบให้ปรับปรุงระเบียบว่าด้วยจรรยาบรรณใหม่ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล โดยเน้นในเรื่องการรับของขวัญจากผู้ประกอบการเอกชนในเทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ ว่าไม่ควรรับ โดยเฉพาะอุปกรณ์สื่อสารอย่างไอโฟนและไอแพด โดยหลังจากนี้หากมีเอกชนนำของขวัญมาให้กรรมการ กสทช. ต้องผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจากสำนักงาน กสทช.ก่อน
ทั้งนี้ ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมากสทช.ได้ถูกตั้งคำถามจากสาธารณชนถึงความเหมาะสมในการรับของกำนัลจากผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ดังนั้น หลังจากนี้หากผู้ประกอบการจำนของขวัญมาให้กรรมการกสทช. ทางสำนักงาน กสทช. จะทำหน้าที่ตรวจสอบในเบื้องต้นก่อนว่าสามารถให้กสทช.ได้หรือไม่สำหรับเรื่องการเบิกจ่ายงบและการเดินทางชั้นเฟิสต์คลาสนั้น ยังให้เป็นไปตามเดิม เพราะมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว
การปรับปรุงระเบียบจรรยาบรรณครั้งนี้ถูกเสนอโดย น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ ที่ต้องการให้กรรมการทุกคนเข้ม งวดเรื่องการเบิกจ่ายงบ การรับของขวัญ และการเดินทางไปต่างประเทศชั้นเฟิร์สคลาส ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น แต่ได้ถกเถียงกันในที่ประชุม เนื่องจากนายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขใน 2 ประเด็น คือ เรื่องเบิกจ่ายงบ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของการทำงาน และการเดินทางชั้นเฟิร์สคลาส ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่กฎหมายกำหนดไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ที่ประชุมได้ปรับเปลี่ยนระเบียบการรับของขวัญจากเดิมที่ไม่สามารถรับได้ เป็นรับได้ไม่เกินมูลค่า 3,000 บาท ของขวัญนั้นได้ปรับให้ เป็นรับได้ไม่เกิน 3,000 บาท โดยเงื่อนไขเดิม กสทช.ไม่มีสิทธิ์รับเลยไม่ว่าจะมีมูลค่ากี่บาท แต่ได้ปรับปรุงให้เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำหนดไว้ไม่เกิน 3,000 บาท เพื่อให้ผ่อนปรนมากขึ้น ขณะที่งบเดินทางไปต่างประเทศได้กำหนดไว้ที่รายละ 3 ล้านบาทต่อปีอยู่แล้ว
นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการ กสทช. กล่าวว่า กสทช.หลายคนยังต้องการให้ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ เคารพมติเสียงข้างมากในที่ประชุม โดยไม่เผยแพร่ความเห็นส่วนตัวในพื้นที่สาธารณะออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ หรือเฟซบุ๊ก เพื่อไม่ให้เกิดภาพการทำงานออกสู่สาธารณะในลักษณะที่ขัดแย้งกัน







