
น้ำท่วมเคลมเงินกองทุนไม่ได้
คลังชี้ไม่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ทำประกันภัยพิบัติ1.6แสนราย
คลังชี้ไม่เข้าเงื่อนไขกรมธรรม์ทำประกันภัยพิบัติ1.6แสนราย
คลัง เผยน้ำท่วมในไทยไม่เข้าข่ายภัยพิบัติ กองทุนมียอดคนทำประกัน 1.65 แสนฉบับ
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง และกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดในขณะนี้ ยังมีความรุนแรงไม่ถึงขั้นภัยพิบัติ ดังนั้นจึงยังไม่เข้าหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามที่กองทุนกำหนดไว้ แต่ผู้เอาประกันภัยสามารถเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยได้ หากมีการทำประกันภัยที่ระบุความคุ้มครองที่รวมถึงความเสียหายที่เกิดจากภัยธรรมชาติในกรณีน้ำท่วมปกติได้
ทั้งนี้ ผลการดำเนินการของกองทุนตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.-11 ก.ย. 2555 มียอดจำหน่ายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติรวมจำนวนทั้งสิ้น 1.65 แสนฉบับ จากบริษัทประกันภัยทั้งสิ้น 46 บริษัท โดยมีทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุน 1.44 หมื่นล้านบาท
สำหรับทุนประกันภัยได้แบ่งเป็นกรมธรรม์บ้านอยู่อาศัย 1.54 แสนฉบับ ทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุน 9,186 ล้านบาท กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี 1.03 หมื่นฉบับ ทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุน 1,994 ล้านบาท และกลุ่มอุตสาหกรรม 701 ฉบับ ทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุน 3,239 ล้านบาท โดยบริษัทประกันภัยที่มียอดขายกรมธรรม์สูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ เมืองไทยประกันภัย ไทยพาณิชย์สามัคคี และกรุงเทพประกันภัย
การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของกองทุน โดยภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นต้องมีความรุนแรงในระดับภัยพิบัติ ซึ่งมี 3 หลักเกณฑ์ ได้แก่ 1.คณะรัฐมนตรีประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรง ตามคำแนะนำของกระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เช่นเดียวกับกรณีการให้เงินช่วยเหลือพิเศษ 5,000 บาทต่อครัวเรือน เหมือนเหตุการณ์อุทกภัยปี 2554
2.กรณีค่าสินไหมทดแทนรวมของผู้เอาประกันภัย ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยพิบัติ มากกว่า 5,000 ล้านบาทต่อ 1 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน โดยมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ทั้งนี้มูลค่าความเสียหายให้เป็นไปตามข้อมูลที่ได้รายงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
สำหรับกรณีที่ 3 กรณีธรณีพิบัติ ความรุนแรงของแผ่นดินไหวตั้งแต่ 7 ริกเตอร์ขึ้นไป หรือกรณีวาตภัย ความเร็วของลมพายุตั้งแต่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล







