posttoday
บล.ไตรมาส3งบสวยวอลุมโตกำไรพอร์ต

บล.ไตรมาส3งบสวยวอลุมโตกำไรพอร์ต

10 ตุลาคม 2555

สหรัฐคลอดคิวอี 3 หนุนธุรกิจหลักทรัพย์ไตรมาส 3 กำไรฟื้น วอลุมเทรดเกิน 3 หมื่นล้านบาท/วัน พอร์ตลงทุนกำไร เตือนแนวโน้ม 4 ไม่ค่อยดี

สหรัฐคลอดคิวอี 3 หนุนธุรกิจหลักทรัพย์ไตรมาส 3 กำไรฟื้น วอลุมเทรดเกิน 3 หมื่นล้านบาท/วัน พอร์ตลงทุนกำไร เตือนแนวโน้ม 4 ไม่ค่อยดี

บริษัทหลักทรัพย์เอเซีย พลัส (ASP) ออกบทวิเคราะห์ถึงแนวโน้มผลดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ในงวดไตรมาส 3 ปี 2555 ว่า น่าจะฟื้นตัวจากไตรมาส 2 ส่งผลให้รายได้จากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (คอมมิชชัน) เพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในเดือน ก.ย. 2555 ตลาดโดยรวมมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (วอลุม) อยู่ที่ 3.24 หมื่นล้านบาท ขณะที่ 5 วันทำการของเดือน ต.ค. อยู่ที่ 3.71 หมื่นล้านบาท และส่งผลให้ต้นปีถึงปัจจุบันอยู่ที่ 2.67 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าเกินกว่าที่คาดไว้ว่าจะซื้อขายอยู่ที่ 2.6 หมื่นล้านบาท

นอกจากนี้ คาดว่าบริษัทหลักทรัพย์จะมีกำไรจากพอร์ตลงทุนดีกว่างวดไตรมาสก่อนหน้าอย่างมาก เพราะ ณ สิ้นงวดไตรมาส 3 ดัชนีหุ้นตลาดหลัก ทรัพย์ปิดที่ 1,298.79 จุด เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 กว่า 10.8%

แม้ว่าในไตรมาส 3 จะมีหุ้นใหม่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลายบริษัท แต่ก็ไม่ได้ทำให้รายได้จากธุรกิจวาณิชธนกิจหรือไอบีมากนักและน้อยกว่าไตรมาสก่อนหน้า เพราะหลายบริษัทได้บันทึกรายได้ไปก่อนหน้าแล้ว แต่ก็จะมีการบันทึกรายได้จากการรับประกันการจำหน่ายหุ้นเข้ามา

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 4 ผลดำเนินงานของกลุ่มหลักทรัพย์น่าจะทรงตัวตามรายได้ค่านายหน้าที่ใกล้เคียงกับไตรมาส 3 แต่ กำไรพอร์ตลงทุนของ บล.จะปรับตัวลดลงตามแนวโน้มดัชนีที่มีโอกาสเพิ่มขึ้นอย่างจำกัด หลังจากดัชนีตลาดหุ้นไทยขึ้นมาซื้อขายที่ค่า พี/อี เกือบ 15 เท่าแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่แพง

ขณะที่เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความเสี่ยงหลังจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลด คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกลง ซึ่งจะทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนและทำให้ปริมาณการซื้อขายโดยรวมหดตัวลงในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัยยังคงให้น้ำหนักการลงทุนหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์ในระดับที่ต่ำกว่าตลาด แนะนำซื้อหุ้น บล.ฟินันเซีย ไซรัส (FSS) ให้ราคาเป้าหมายที่ 3.46 บาท และมีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 20% เพราะมีส่วนแบ่งตลาดค่านายหน้าติดอันดับ 1 ใน 3 มาโดยตลอด ขณะที่ปีนี้เป็นปีทองของ FSS ด้านธุรกิจไอบีซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูง

ขณะเดียวกัน แนะนำถือหุ้น บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET ให้มูลค่าหุ้น 14.78 บาท ได้ประโยชน์จากดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากมาส่วนแบ่งตลาดด้านซื้อขายหลักทรัพย์สูงสุด แต่มีพอร์ตขนาดเล็ก

ส่วน บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) KGI ก็แนะนำ ”ถือ” ให้มูลค่าหุ้นที่ 2.25 บาท ที่มีพอร์ตลงทุนขนาดใหญ่ ได้ประโยชน์จากดัชนีที่ปรับตัวสูงขึ้นแต่ก็มีความเสี่ยงจากความผันผวนในการบริหารพอร์ต

อย่างไรก็ตาม คาดว่าทั้ง MBKET และ KGI ยังมีประสิทธิภาพทำกำไรได้ต่อเนื่องและให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงเกิน 8%

ด้านมาร์เก็ตติงกล่าวว่า หุ้นหลักทรัพย์ไม่เป็นที่นิยมของนักลงทุนมากนัก แม้หลาย บล.จะมีกำไรที่ดีขึ้นก็ตาม เนื่องจากธุรกิจยังอยู่ระหว่างการปรับตัวกับการใช้ค่าคอมมิชชันแบบต่อรอง และบริษัทหลักทรัพย์มีความจำเป็นต้องลงทุนเพื่อรองรับการขยายการให้บริการที่มีสินค้าหลากหลายขึ้น

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน