posttoday
ไทยรุ่งฯหวังปีนี้กวาด1,200คัน

ไทยรุ่งฯหวังปีนี้กวาด1,200คัน

23 มีนาคม 2553

เปิด2รุ่นลีมูซีนออลโรดเดอร์ หลังปีที่แล้วขายได้แค่500คัน

โพสต์ทูเดย์ — ไทยรุ่งฯ ฮึดสุดตัว เปิดตัวทีอาร์ ลีมูซีน–ออลโรดเดอร์ ขับเคลื่อน 2 ล้อ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร หวังปีนี้ปั้นยอด 1,200 คัน

นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทตั้งเป้ายอดจำหน่ายรถกระบะดัดแปลงไทยรุ่งไว้ 1,200 คัน จากปีที่แล้วที่มียอดจำหน่ายเพียง 400500 คันเท่านั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจโดยรวมในปีที่ผ่านมาค่อนข้างตกลงอย่างมาก ซึ่งนอกจากยอดขายที่ทำได้เพียง 400500 คันแล้ว ผลการดำเนินงานของกลุ่มไทยรุ่งฯ ทั้งในส่วนของยอดจำหน่ายอะไหล่ ธุรกิจแม่พิมพ์ และรับจ้างผลิตรถกระบะพื้นราบก็ลดลงประมาณ 50% เช่นกัน

สำหรับสาเหตุที่ทางบริษัทตั้งเป้ายอดขายรถดัดแปลงไทยรุ่งเพิ่มขึ้นเป็น 1,200 คัน เนื่องจากทางบริษัทจะเปิดตัวรถกระบะดัดแปลงใหม่อีก 2 รุ่น คือ ทีอาร์ เอกซ์คลูซีฟ ลีมูซีน ซึ่งเป็นรถดัดแปลงจากเชฟโรเลต โคโรลาโด เครื่องยนต์ 3,000 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ และรถกระบะอีซูซุ เครื่องยนต์ 3,000 ซีซี เกียร์อัตโนมัติ ซึ่งทีอาร์ เอกซ์คลูซีฟ ลีมูซีนนี้จะเน้นประโยชน์ใช้สอยภายในและความภูมิฐานโดยการตกแต่งทั้งหมดนั้นสามารถพัฒนาได้ตามความต้องการของลูกค้า

อีกรุ่นที่จะพัฒนาขึ้นมาใหม่คือ นิวทีอาร์ ออลโรดเดอร์ เครื่องยนต์ 2,500 ซีซี ขับเคลื่อน 2 ล้อ แอลที โดยวางตำแหน่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่งราคาประหยัด โดยวางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 7.99 แสนบาทเท่านั้น ขณะที่รถกระบะ 4 ประตู หรือดับเบิลแค็บ ตั้งราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 8 แสนกว่าบาทแล้ว

ทั้งนี้ บริษัทต้องเปิดตัวสินค้าที่บริษัทเจ้าของแบรนด์ไม่มีแผนพัฒนาสินค้าออกมาแข่งขัน

“ในปีนี้เราจะใช้ทีอาร์ เอกซ์คลูซีฟ ลีมูซีน และนิวทีอาร์ ออลโรดเดอร์ เครื่อง 2.5 ลิตร แอลที หรือรุ่นเกียร์ธรรมดา เป็นรถธงในการบุกตลาดปีนี้อย่างเป็นทางการ เพราะผมเชื่อว่าตลาดของทั้ง 2 รุ่นนี้ยังมีช่องว่างอีกมาก อย่างลีมูซีนนั้นไม่มีคู่แข่ง แต่คงต้องใช้เวลาในการ สร้างตลาด ส่วนนิวทีอาร์ ออลโรดเดอร์ นั้นเป็นรุ่นที่ไม่ได้ยกสูง เกียร์ธรรมดา นั่ง 7 คน ราคาประหยัด ส่วนรุ่นเกียร์อัตโนมัติจะเปิดตัวตามมาแน่นอน” นายสมพงษ์ กล่าว

นอกจากนี้ ในส่วนธุรกิจอื่นๆ ของกลุ่มไทยรุ่งฯ ก็เริ่มฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากที่ผลการดำเนินงานเมื่อปี 2552 ลดลงประมาณ 50% โดยในส่วนของธุรกิจแม่พิมพ์ก็เริ่มผลิตแม่พิมพ์เพื่อป้อนโรงงานรถยนต์ต่างๆ ที่กลับมาผลิตรถยนต์รุ่นใหม่อีกครั้งทำให้บริษัทเริ่มมีงานผลิตแม่พิมพ์

รวมถึงในส่วนของการผลิตรถกระบะท้ายเรียบที่บริษัท ทาทา จ้างผลิตกระบะทาทา ซีนอน เดือนละ 400 คัน ก็ทำให้ธุรกิจส่วนนี้เริ่มฟื้นตัว ส่วนธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอะไหล่ก็ฟื้นตัวตามอุตสาหกรรมรถยนต์ที่กำลังฟื้นตัว ทั้งจากยอดผลิตในประเทศและตลาดส่งออกที่เติบโตขึ้นไม่ต่ำกว่า 2025%

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน