
เงินนอกล้นวันละ3พันล.ธปท.ต้องแทรกบาท/กรณ์เชื่อลุยต่อ
โพสต์ทูเดย์
— ธปท. ชี้เงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้าวันละ 2,0003,000 ล้านบาท ยังมุ่งลงทุนในหุ้นและตลาดตราสารหนี้นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศมาที่ไทยมีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเงินที่ไหลเข้ามาเฉลี่ยวันละ 2,000
–3,000 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ยังเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็มีบางส่วนที่เลือกไปลงทุนในตลาดตราสารหนี้ธปท. มองว่า ภาวการณ์ไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่องถือเป็นเรื่องปกติ เพราะนักลงทุนต่างชาตินำเงินมาลงทุนในไทยตลอดเวลาอยู่แล้ว
“
ถามว่ามีเงินไหลเข้ามาหนุนการเมือง มาทำนองโพยก๊วนหรือไม่ ธปท.เราไม่รู้ เพราะเงินที่เข้ามาอย่างนั้นเราระบุไม่ได้ว่าเป็นของใคร” นางสุชาดา กล่าวทั้งนี้ ในช่วงตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา มีเงินทุนจากต่างชาติไหลเข้าตลาดหุ้นไทยกว่า 4 หมื่นล้านบาท ทั้งที่สถานการณ์การเมืองวุ่นวายจากม็อบเสื้อแดง
ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า การเคลื่อนไหวค่าเงินบาทในวันที่ 22 มี.ค. เริ่มปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับช่วงวันศุกร์ที่ 19 มี.ค. ที่เป็นไปตามแนวโน้มค่าเงินสกุลในภูมิภาค ไม่ได้เกิดจากการเข้าดูแลแทรกแซงของ ธปท.แต่อย่างใด
ด้านนายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ธปท.จะเข้าไปดูแลค่าเงินบาทตามความจำเป็นและความเหมาะสม เพื่อลดความผันผวนไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการส่งออก
“
ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวเสมอว่าจะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อผู้ส่งออก ที่ผ่านมาเราก็ดูแลค่อนข้างมาก” นายไพบูลย์ กล่าวผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวอีกว่า ขณะนี้คงไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าเงินบาทจะปรับตัวทิศทางใด และ ธปท.ไม่มีนโยบายตรึงค่าเงินบาทไว้ระดับใดระดับหนึ่ง แต่ค่าเงินบาทขณะนี้ยังไม่กระทบต่อการส่งออก โดยจะเห็นได้ว่ามูลค่าการส่งออกล่าสุดยังเติบโตได้ดี
นักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ค่าเงินบาทวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา ปิดตลาดที่ระดับ 32.3132.34 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาดหุ้นติดลบ โดยเงินทุนไหลเข้ายังมีอยู่ต่อเนื่อง เนื่องจากมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวระหว่างการประชุมว่าด้วยการลงทุนในเอเชีย จัดโดยธนาคารเครดิตสวิส ที่ฮ่องกงว่า การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางนักลงทุนต่าง ชาติในประเทศไทย แต่การเมืองนั้นยากที่จะเข้าใจ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่เห็นสัญญาณใดๆ ที่บ่งชี้ว่านักลงทุนจะหนีหาย เพราะสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเหตุ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่าต้องจัดให้การชุมนุมอยู่ภายใต้กฎหมายและตามหลักการประชาธิปไตยเอาไว้ให้ได้
ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเกาะติดสถานการณ์ และรับมือประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ยอมรับว่าในประวัติศาสตร์ ที่ผ่านมา ไทยขึ้นชื่อเรื่องความไม่สงบทางการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อนักลงทุน







