posttoday
เล็งขยายงานมหกรรมหนังสือออกภูธร

เล็งขยายงานมหกรรมหนังสือออกภูธร

03 ตุลาคม 2555

สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เล็งจัดงานมหกรรมหนังสือตลาดภูธร เพิ่ม 3 จังหวัด หวังดันตลาดหนังสือโต 2 หลัก จากปัจจุบันโต 5% หลังแนวโน้มคนไทยอ่านหนังสือลดลง เหตุฮิตเทคโนโลยี

สมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ เล็งจัดงานมหกรรมหนังสือตลาดภูธร เพิ่ม 3 จังหวัด หวังดันตลาดหนังสือโต 2 หลัก จากปัจจุบันโต 5% หลังแนวโน้มคนไทยอ่านหนังสือลดลง เหตุฮิตเทคโนโลยี

นายวรพันธ์ โลกิตสถาพร นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า สมาคมอยู่ระหว่างการศึกษาความพร้อมของผู้ประกอบการต่างจังหวัด รวมถึงความต้องการตลาด เพื่อขยายพื้นที่จัดงานมหกรรมหนังสืออีก 3 จังหวัด ได้แก่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา อุดรธานี และเชียงใหม่ จากปัจจุบันได้นำร่องจัดงานที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และอุบลราชธานี เพื่อส่งเสริมให้คนไทยรักการอ่าน และผลักดันให้อุตสาหกรรมหนังสือเติบโตกว่าเท่าตัวจาก 5% จากมูลค่าตลาด 2.18 หมื่นล้านบาท เป็นเฉลี่ยกว่า 10%

ทั้งนี้ การจัดงานดังกล่าวจะช่วยกระตุ้นความสนใจในการอ่านหนังสือ เพราะตลาดต่างจังหวัดเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสื่อออนไลน์ และไลฟ์สไตล์การใช้เทคโนโลยีน้อยกว่าพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งผลสำรวจพฤติกรรมการอ่านหนังสือของคนไทยระหว่างเดือน พ.ค.มิ.ย. จากสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าเด็กในเขตเทศบาลอ่านหนังสือมากกว่าเด็กนอกเทศบาล โดยเด็กเล็กในกรุงเทพฯ อ่านสูงสุด สัดส่วน 67.2% ขณะที่ภาคกลางเด็กอ่านหนังสือต่ำสุด สัดส่วน 47.4%

นอกจากนี้การอ่านหนังสือนอกเวลาและนอกเวลาทำงานของคนไทย อายุตั้งแต่ 6 ปีขึ้นไป มีอัตราการอ่าน 68.8% โดยผู้ชาย 69.3% ผู้หญิง 68.3% และกรุงเทพยังมีพื้นที่การอ่านหนังสือสูงสุด สัดส่วน 89.3% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นพื้นที่มีอัตราการอ่านน้อยที่สุด 62.8% ซึ่งผู้อ่านหนังสือนอกเวลาอยุ 6 ขวบขึ้นไป เฉลี่ย 35 นาที/วัน กลุ่มเด็กและเยาวชน อ่านเฉลี่ย 4041 นาที/วัน กลุ่มวัยทำงานและผู้สูงอายุ อ่านเฉลี่ย 3132 นาที/วัน

“จากสถิติเมื่อเทียบกับข้อมูลปี 2551 พบว่าอัตราการอ่านหนังสือของคนไทยลดลงเรื่อยๆ เพราะไลฟ์สไตล์การใช้เทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปและคนไทยที่มีฐานะดีจะอ่านหนังสือมากกว่าพื้นที่ความเป็นอยู่ไม่สู้ดีนัก” นายวรพันธ์ กล่าว

ขณะที่กำลังซื้อของคนไทยในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา มีกำลังซื้อลดลง เนื่องจากไม่มั่นใจต่อสภาวะเศรษฐกิจประเทศ มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาน้ำท่วม ซึ่งส่งผลต่อธุรกิจหนังสือให้มียอดขายลดลง 5% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ไตรมาส 3 และ 4 ที่จะถึงนี้ คาดว่าภาพรวมกำลังซื้อจะปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะไตรมาส 4 สมาคมจะจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย เพื่อรณรงค์ให้คนไทยซื้อหนังสือเป็นของขวัญมากขึ้น

นายวรพันธ์ กล่าวว่า สมาคมได้ใช้งบประมาณ 30 ล้านบาท จัดงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 1828 ต.ค. บริเวณศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงาน 1.5 ล้านคน รายได้สะพัด 400 ล้านบาท เทียบจากครั้งที่ผ่านมา 300350 ล้านบาทซึ่งสมาคมฯคาดว่างานดังกล่าว จะช่วยส่งเสริมให้คนไทยนิยมอ่านหนังสือ โดยในปีนี้คาดว่าตลาดจะเติบโตเฉลี่ย 5% เทียบจากปีที่ผ่านมามีมูลค่าตลาด 2.18 หมื่นล้านบาท

ด้านราคาหนังสือในปีนี้ ยังไม่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งราคาหนังสือในประเทศไทยไม่มีการปรับขึ้นนานกว่า 57 ปี หากขึ้นราคาสูงจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ ทั้งๆที่ราคาต้นทุนการผลิต เช่น ค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท ได้กระทบต่อสำนักพิมพ์ไปบางส่วนแล้ว โดยเรื่องดังลก่าวสำนักพิมพ์ต้องเร่งปรับตัวควบคุมต้นทุนการผลิต

นอกจากนี้ผู้ผลิตต้องปรับกลยุทธ์รับมือกับสื่อออนไลน์ที่เข้ามา โดยต้องผลิตสินค้าใน 2 ช่องทาง ทั้งสิ่งพิมพิ์ และระบบออนไลน์ เพื่อประคองให้ธุรกิจอยู่รอดต่อไปได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน