
เกษตรฯตรวจเข้มค่ายาง อ้างชดเชยช้าป้องกันโกง
เกษตรฯ ตรวจเข้มก่อนจ่ายอุดหนุนโครงการยางพารา โต้กระแสข่าวถังแตก ไม่มีเงิน ยัน ครม.อนุมัติงบให้แล้ว
เกษตรฯ ตรวจเข้มก่อนจ่ายอุดหนุนโครงการยางพารา โต้กระแสข่าวถังแตก ไม่มีเงิน ยัน ครม.อนุมัติงบให้แล้ว
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงปัญหาองค์การสวนยาง (อสย.) จ่ายเงินให้กับเกษตรกรที่ขายยางพาราในโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพาราล่าช้า ไม่ได้เกิดจากเงินหมด แต่ต้องการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร เพื่อป้องกันปัญหาการทุจริต หลังจากพบว่า บางพื้นที่มีปริมาณยางพาราเข้าสู่โครงการมากผิดปกติ ซึ่งล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบประมาณเพิ่ม 3 หมื่นล้านบาท รวมของเก่า 1.5 หมื่นล้าน เป็น 4.5 หมื่นล้านบาท จึงไม่มีปัญหาเรื่องเงินไม่พออย่างแน่นอน
“เงินไม่ได้หมด เพราะได้เพิ่มมาอีก 3 หมื่นล้าน จาก ครม.เรียบร้อยแล้ว แต่ที่จ่ายเงินให้กับเกษตรกรช้า เพราะต้องตรวจสอบเอกสารกันนาน รับรองว่าได้เงินทุกคน และผมก็จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ด้านนายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางจันทบุรี กล่าวว่า ในวันที่ 2 ต.ค. จะเดินทางไปยื่นหนังสือถึงผู้อำนวยการ อสย. เพื่อสอบถามความล่าช้าในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกร ในส่วนของเกษตรกร จ.จันทบุรี มีวงเงิน 160 ล้านบาท และในส่วนของเกษตรกรทั่วประเทศเท่าที่หารือกับประธานชุมนุมสหกรณ์ในหลายจังหวัด คาดว่าจะมียอดรวมประมาณ 4,000 ล้านบาท
อย่างไรก็ดี ขอเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการทำโครงการรักษาเสถียรภาพราคายาง เนื่องจากพบว่า ไม่สามารถที่จะดึงราคายางให้ปรับขึ้นไปได้ และยังเป็นภาระงบประมาณของรัฐ เนื่องจาก อสย.ไม่มีความชำนาญในการบริหารโครงการ เรื่องการดูแลคุณภาพและการบริหารโครงการ
รัฐบาลควรกลับไปใช้นโยบายแบบก่อนหน้าที่เรียกว่าโครงการ 8,000 ล้าน ที่ปล่อยกู้ให้กับสถาบันเกษตรกร เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขายยางกันเอง จนทำให้ราคายางสูงกว่า 120 บาท เพราะเกิดการแข่งขัน ในขณะที่ภาคเอกชน รัฐก็ช่วยเหลือในเรื่องสภาพคล่องเพื่อซื้อยาง หากเปลี่ยนได้จะทำให้รัฐไม่ต้องเสียงบประมาณจำนวนมาก และแก้ปัญหาโครงการขาดทุนในอนาคต







