
ห้ามทีวีการเมืองประมูลช่องดิจิตอล
กสท.กำหนดเงื่อนไขประมูลช่องดิจิตอล ห้ามทีวีการเมืองร่วมประมูล เคาะ 4 ช่องไฮเดฟ เปิดประมูลวันเดียว ก.พ.2556
กสท.กำหนดเงื่อนไขประมูลช่องดิจิตอล ห้ามทีวีการเมืองร่วมประมูล เคาะ 4 ช่องไฮเดฟ เปิดประมูลวันเดียว ก.พ.2556
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม หรือ กสทช. และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ กสท. เปิดเผยว่า ได้กำหนดเงื่อนไขสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการเข้าร่วมประมูลช่องรายการธุรกิจในระบบดิจิตอลที่ กสท. จะเปิดประมูลในเดือน ก.พ.2556 ต้องไม่เป็นผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการเมือง หรือ การทำให้สังคมแบ่งฝ่ายกัน
สำหรับเงื่อนไขดังกล่าวเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่ห้ามการเมืองเป็นเจ้าของสื่อ และ ม.37 พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 ยังกำหนดผู้ประกอบการและผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการ หรือ ไลเซ่นส์ ต้องไม่ให้บริการเนื้อหาที่ผิดศีลธรรม หมิ่นสถาบัน สร้างความแตกแยกเชิงยุยง ปลุกปั่น ดังนั้น ในช่องรายการระบบดิจิตอลจำนวน 24 ช่องธุรกิจ จะไม่มีช่องใดเป็น ช่องรายการเกี่ยวกับการเมือง
ทั้งนี้ กสท.ได้ปรับเปลี่ยนจำนวนช่องรายการประมูลเหลือ 24 ช่อง จากเดิม 36 ช่องในระบบปกติ (สแตนดาร์ด เดฟิเนชั่น) โดย 12 ช่องที่หายไป คือ ช่องรายการคมชัดสูง (ไฮเดฟินชั่น) จำนวน 4 ช่อง ซึ่งจะเปิดประมูลพร้อมกันในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.2556 แบ่งเป็นช่องรายการข่าวสาร สาระที่เป็นประโยชน์สาธารณะ 5 ช่อง ช่องรายการสำหรับเด็ก เยาวชน และครอบครัว 5 ช่อง ช่องสตนดาร์ด 10 ช่อง และไฮเดฟ 4 ช่อง
พ.อ.นที กล่าวว่า กสท.ได้สรุป ค่าธรรมเนียมไลเซ่นส์ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์แล้วในอัตรา 2% จากรายได้ และจะเริ่มมีผลทันทีกับผู้ได้รับไลเซ่นส์ที่จะออกเดือน ต.ค. ทั้งกิจการที่ไม่ใช่คลื่นความถี่ คือ เคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม และในระบบดิจิตอลที่จะให้ไลเซ่นส์ได้ก่อน คือ ช่องรายการสาธารณะ และผู้ให้บริการโครงข่ายเพื่อรวบรวมช่องรายการ (มัลติเพลกเซอร์) โดยใช้วิธีคัดเลือกแบบบิวตี้ คอนเทสต์
"ยืนยันว่า 2% ไม่ใช่อัตราที่แพงเกินไปตามที่ผู้ประกอบการท้วงติง เพราะผลการศึกษาของกสท. เห็นว่าควรเก็บที่ 5% แต่อัตรา 2% ก็เป็นอัตราสูงสุดที่กสท.เห็นว่าควรเรียกเก็บแล้ว"พ.อ.นที กล่าว
นอกจากนี้ ยังจะกำหนดสัดส่วนการเช่าใช้ช่วงเวลาสำหรับผู้ได้รับไลเซ่นส์ช่องรายการว่าควรเปิดให้เช่าช่วงเวลาเพื่อผลิตคอนเทนต์เป็นจำนวนเท่าไร เพื่อเปิดให้ผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเงินทุนจำนวนมากในการประมูลทั้งช่องรายการสามารถผลิตคอนเทนต์เพื่อนำเสนอให้ประชาชนได้ ซึ่งจะช่วยให้คอนเทนต์มีความหลากหลายมากขึ้นด้วย







