
การปฏิวัติพลังงานในสหรัฐอเมริกา (ตอนจบ)
5) Goldman Sachs Asset Management (GSAM) ประเมินผลการปฏิวัติพลังงานในสหรัฐต่อการลงทุน ดังนี้ ประการแรก ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลดลงของราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ จะช่วยลดการขาดดุลบัญชีการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด และนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ GSAM ยังคงคาดว่าจีดีพีสหรัฐในปี 2555 จะขยายเหนือกว่าค่าเฉลี่ยการคาดการณ์จีดีพีสหรัฐของตลาด (Consensus) แม้ว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปจะทำให้ GSAM จะต้องปรับลดการคาดการณ์จีดีพีสหรัฐลงไปบ้าง แต่ GSAM ยังคงเชื่อว่าในระยะสั้นและระยะยาวเศรษฐกิจสหรัฐจะยังขยายตัวดีกว่าเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วชาติสำคัญๆ ด้วยเหตุผลนี้เอง GSAM จึงยังคงชื่นชอบสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
5) Goldman Sachs Asset Management (GSAM) ประเมินผลการปฏิวัติพลังงานในสหรัฐต่อการลงทุน ดังนี้ ประการแรก ด้านเศรษฐกิจมหภาค การลดลงของราคาน้ำมันและราคาก๊าซธรรมชาติในสหรัฐ จะช่วยลดการขาดดุลบัญชีการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัด และนี่เป็นปัจจัยสำคัญที่ GSAM ยังคงคาดว่าจีดีพีสหรัฐในปี 2555 จะขยายเหนือกว่าค่าเฉลี่ยการคาดการณ์จีดีพีสหรัฐของตลาด (Consensus) แม้ว่าความเสี่ยงจากสถานการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปจะทำให้ GSAM จะต้องปรับลดการคาดการณ์จีดีพีสหรัฐลงไปบ้าง แต่ GSAM ยังคงเชื่อว่าในระยะสั้นและระยะยาวเศรษฐกิจสหรัฐจะยังขยายตัวดีกว่าเศรษฐกิจประเทศพัฒนาแล้วชาติสำคัญๆ ด้วยเหตุผลนี้เอง GSAM จึงยังคงชื่นชอบสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้นมากกว่าพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ
แม้ว่าในระยะสั้น ความเสี่ยงจากสถานการณ์ยุโรปจะทำให้ GSAM ต้องลดการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลง แต่นี่เป็นเพียงกลยุทธ์การลงทุนเพื่อตอบสนองในช่วงระยะการลงทุนสั้นเท่านั้น (Tactical Asset Allocation) อย่างไรก็ตาม GSAM ยังคงชื่นชอบการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในสหรัฐ เพราะเชื่อว่าสินทรัพย์เสี่ยงในสหรัฐจะได้รับผลกระทบที่ต่ำต่อวิกฤตในยุโรป
ด้วยเหตุที่เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวและการขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดจะลดลงจากการปฏิวัติพลังงาน ดังนั้นเงินเหรียญสหรัฐและเงินสกุลต่างประเทศที่เชื่อมโยงกับเหรียญสหรัฐ เช่น เหรียญแคนาดา เปโซเม็กซิกัน จะมีความน่าสนใจมากกว่าเงินยูโรและสกุลต่างประเทศที่เชื่อมโยงกับยูโร เช่น เงินสกุลของประเทศยุโรปตะวันออก เป็นต้น
ประการที่สอง สำหรับผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม พบว่าอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเชิงบวก คือ อุตสาหกรรมโรงกลั่น จากผลของราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง โดยโรงกลั่นอิสระขนาดใหญ่ในสหรัฐบริโภคก๊าซธรรมชาติปีละ 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าโรงกลั่นเหล่านี้ดำเนินการผลิตด้วยต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติเท่ากับอังกฤษ ผลคือ โรงกลั่นในสหรัฐจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี หรือสัดส่วนของต้นทุนก๊าซธรรมชาติต่อต้นทุนการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นเป็น 40% เทียบกับสหรัฐ ซึ่งในปัจจุบันให้สัดส่วนต้นทุนก๊าซธรรมชาติต่อต้นทุนการดำเนินงานที่ 15%
อุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์จะได้ผลบวกจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง เช่น การหันมาใช้อีเทนจากก๊าซธรรมชาติแทนที่แนฟทาจากน้ำมันในกระบวนการผลิต โดย GSAM คาดว่าการลดราคาก๊าซธรรมชาติลง 1 เหรียญสหรัฐ นำไปสู่การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นในอุตสาหกรรมมากกว่า 10% และจะส่งผลให้เกิดการย้ายอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศกลับมายังสหรัฐ
นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติไปยังพื้นที่มีความต้องการสูงในสหรัฐ
อุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ อุตสาหกรรมถ่านหิน จากผลของอุตสาหกรรมไฟฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติ เป็นปัจจัยการผลิตในการผลิตไฟฟ้าแทนถ่านหิน
โดย GSAM ประเมินว่าอีก 3 ปีจากนี้ไปที่สหรัฐปริมาณไฟฟ้าประมาณเกือบ 50 กิกะวัตต์ จากโรงไฟฟ้าถ่านหินจะถูกยกเลิก ซึ่งเทียบเท่ากับ 5% ของอุปสงค์ในก๊าซธรรมชาติในปัจจุบัน และอุตสาหกรรมผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟ ซึ่งมีรายได้ประมาณ 1025% จากการขนส่งถ่านหินนั้นจะมีรายได้ลดลง เพราะการเปลี่ยนจากถ่านหินมาเป็นก๊าซธรรมชาติ
6) ในด้านปัจจัยเสี่ยงที่จะส่งผลต่อการปฏิวัติพลังงานด้วย Shale Gas นั้นจะมาจากความกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการปนเปื้อนในแหล่งน้ำใต้ดินและมลภาวะต่อสุขภาพในส่วนที่เกี่ยวกับเทคนิคการขุดเจาะแบบ Hydraulic Fracturing ซึ่งประเด็นเรื่องความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ อาจจะส่งผลในเชิงกฎหมายที่ภาครัฐจะห้ามขุดเจาะด้วยเทคนิคแบบดังกล่าว อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่มีความเสี่ยงที่ชัดเจนอย่างมีนัยสำคัญต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ แต่ GSAM เชื่อว่าภาครัฐจะต้องตั้งเกณฑ์ความปลอดภัยต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสำหรับการขุดเจาะ Shale Gas ขึ้นมา ซึ่งน่าจะส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตก๊าซธรรมชาติ
กล่าวโดยสรุป GSAM ประเมินว่า สหรัฐกำลังอยู่ในช่วงกึ่งกลางของการปฏิวัติพลังงาน โดยเฉพาะการนำเทคนิคการขุดเจาะ Shale Gas ด้วยเทคนิคแบบ Hydraulic Fracturing ซึ่งจะช่วยให้การจุดเจาะก๊าซธรรมชาติและน้ำมันนั้นได้ปริมาณที่เพิ่มขึ้น และด้วยกระบวนการปฏิวัติพลังงานในสหรัฐที่กำลังดำเนินอยู่ GSAM คาดว่าจะนำมาซึ่งความสามารถในการแข่งขันของสหรัฐให้เพิ่มขึ้น และส่งผลเชิงบวกต่อเนื่องทั้งในระยะกลางและระยะยาวต่ออุตสาหกรรมสหรัฐและเศรษฐกิจสหรัฐในภาพรวม โดยประการสำคัญ คือ การปฏิวัติพลังงานในสหรัฐจะนำมาซึ่งการลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศภายใน 1015 ปีจากนี้ไป







