posttoday
ซีจีไทยดีขึ้นรั้งที่3เอเชีย

ซีจีไทยดีขึ้นรั้งที่3เอเชีย

28 กันยายน 2555

สอบตกกม.ไม่ขลังลงโทษคนผิดน้อยรัฐบาลไร้วิชันแก้

สอบตกกม.ไม่ขลังลงโทษคนผิดน้อยรัฐบาลไร้วิชันแก้

ก.ล.ต.โชว์คะแนนธรรมาภิบาลตลาดทุนไทยดีขึ้นรั้งอันดับ 3 ในเอเชีย ยอมรับสอบตกเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย แถมรัฐบาลยังไม่มีวิสัยทัศน์แก้ปัญหา

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงผลการประเมินการกำกับดูแลกิจการของตลาดทุนในเอเชีย 9 ประเทศ (CG Watch) ประจำปี 2555 ซึ่งเป็นการประเมินร่วมกันระหว่างสมาคมการกำกับดูแลกิจการของตลาดทุนเอเชีย (ACGA) และ CLSA AsiaPacific พบว่า ระดับการกำกับดูแลกิจการ (ซีจี) ของไทยดีขึ้นมาอยู่อันดับ 3 จากการสำรวจครั้งก่อนเมื่อปี 2553 อยู่อันดับที่ 4 โดยเป็นรองเพียงสิงคโปร์และฮ่องกง และสามารถชนะญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ได้

ทั้งนี้ ไทยมีอันดับดีขึ้น เนื่องจากได้คะแนนดีขึ้นใน 4 หมวดจากทั้งหมด 5 หมวด ประกอบด้วย หมวดเรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติ ได้คะแนน 62% จากเดิม 56% หมวดเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ได้คะแนน 44% จากเดิมที่ 42% หมวดว่าด้วยการจัดทำบัญชีและการตรวจสอบ ได้คะแนน 80% จากเดิม 73% หมวดวัฒนธรรมธรรมาภิบาล ได้คะแนน 50% จากเดิม 49% ขณะที่หมวดเรื่องบรรยากาศด้านการเมืองและกฎหมาย ได้เท่าเดิม 54%

สาเหตุที่ทำให้คะแนนในเรื่องของหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการและการปฏิบัติดีขึ้น เนื่องจากบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ส่วนใหญ่สามารถเปิดเผยงบการเงินประจำปีได้ภายใน 60 วัน เทียบกับหลายๆ ประเทศไม่สามารถทำได้ รวมถึงการสอบทานงบการเงินอย่างเข้มงวดโดย ก.ล.ต. ที่นำไปสู่การแก้ไขงบการเงินให้ถูกต้อง (Special Audit)

“ส่วนที่ยังต้องการปรับปรุงอย่างชัดเจน คือการป้องกันปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน จะต้องได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจและภาครัฐอย่างมาก รวมถึงการปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายวรพล กล่าว

เลขาธิการ กล่าวว่า ก.ล.ต.ได้จัดกิจกรรมสร้างความรู้ความเข้าใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับคดีด้านหลักทรัพย์กับหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง คาดว่าด้านนี้จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนการเปิดเผยข้อมูลบนเว็บไซต์ ก.ล.ต. อยู่ระหว่างดำเนินการซึ่งมีแผนที่จะใช้งานได้ภายในต้นปี 2556

นายชาลี จันทนยิ่งยง รองเลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต กล่าวว่า คะแนนในส่วนของการบังคับใช้กฎหมายนั้น แม้ว่าจะได้คะแนนดีขึ้น แต่ถือเป็นหมวดเดียวที่สอบตก เพราะได้คะแนนต่ำกว่า 50% จากคะแนนเต็ม 100%

ทั้งนี้ ตามรายงานของ ACGA ระบุเรื่องการบังคับใช้กฎหมายว่า ตลอด 20 ปี (2535-2554) มีคดีอาญาความผิดทางด้านตลาดทุนจำนวน 93 คดี แต่มีเพียง 11 คดีเท่านั้นที่ได้รับการลงโทษ นอกจากนี้การทำคำร้องโดย ก.ล.ต. ต้องใช้เวลานานหลายปี

ปัญหาหลักในไทยยังคงเป็นเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมของศาล และฟ้องร้องที่ยังไม่มีประสิทธิภาพและมีการทุจริต แม้ว่าจะมีหลักฐานอยู่แล้วแต่ดำเนินการเอาผิดไม่ได้ และรัฐบาลปัจจุบันก็ยังไม่มีวิสัยทัศน์ในการปฏิรูปเรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดี

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน