posttoday
โดนใจรายย่อยคลังสั่งแบงก์รัฐยกหูปล่อยกู้ให้

โดนใจรายย่อยคลังสั่งแบงก์รัฐยกหูปล่อยกู้ให้

25 กันยายน 2555

คลังโหมเจาะใจรายย่อยที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ปิ๊งไอเดียให้แบงก์รัฐยกหูให้กู้ด่วนสูงสุดต่อรายไม่เกิน 2หมื่นบาท

คลังโหมเจาะใจรายย่อยที่ไม่มีเงินเดือนประจำ ปิ๊งไอเดียให้แบงก์รัฐยกหูให้กู้ด่วนสูงสุดต่อรายไม่เกิน 2หมื่นบาท

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ศึกษาเรื่องการขยายบทบาทธนาคารเฉพาะกิจของรัฐหรือแบงก์รัฐให้สามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อช่วยเรื่องสภาพคล่องให้กับรายย่อย โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนที่อยู่นอกระบบ ให้สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ง่ายขึ้น จะได้ลดการกู้ยืมเงินนอกระบบ

ทั้งนี้ ในเบื้องต้นได้ให้ สศค.ศึกษาเรื่องการทำโมบายแบงก์กิง เช่น การปล่อยกู้เงินผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งถือว่ามีต้นทุนการดำเนินงานต่ำ และเป็นรูปแบบที่มีการปล่อยกู้จนสำเร็จเป็นรูปธรรมแล้วในประเทศฟิลิปปินส์และชิลี

นายวิรุฬ กล่าวว่า จะให้ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ ได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เริ่มนำร่องทำโครงการนี้ก่อน โดยจะให้เจ้าหน้าที่ของธนาคารโทรศัพท์ไปเสนอเงื่อนไขเพื่อปล่อยกู้ให้กับกลุ่มเป้าหมาย คือผู้มีรายได้น้อย โดยให้เน้นหนักในการปล่อยกู้กลุ่มที่อาชีพอิสระ หรือกลุ่มผู้ที่ไม่มีเงินเดือนประจำก่อน

ในขั้นต้นจะปล่อยกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 2 หมื่นบาท ส่วนอัตราดอกเบี้ยยังไม่มีการสรุปว่าจะเป็นดอกเบี้ยต่ำด้วยหรือไม่ เพราะต้องรอผลศึกษาของ สศค. รวมทั้งจะเชิญเจ้าหน้าที่ของธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) มาให้คำปรึกษาการทำโครงการดังกล่าวด้วย

“รัฐบาลต้องการช่วยคนที่อยู่นอกระบบได้เข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น และรวดเร็วมากขึ้น โดยจะให้เจ้าหน้าที่แบงก์ใช้วิธีการโทรศัพท์ไปปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 12 หมื่นบาทต่อราย ซึ่งจะเปิดกว้างให้คนที่ไม่มีเงินเดือนประจำได้ขอสินเชื่อได้” นายวิรุฬ กล่าว

รมช.คลัง กล่าวยอมรับว่า การทำโครงการแบบนี้จะมีความเสี่ยงในการปล่อยกู้บ้าง จึงจำเป็นต้องมีการให้หลักประกันในการขอสินเชื่อ เช่น หลักทรัพย์ บุคคลค้ำประกัน หรืออาจจะเป็นบัญชีเงินฝาก เพื่อยืนยันว่าผู้กู้เป็นผู้ที่มีการออมเงิน

ก่อนหน้านี้ นายเกริก วณิกกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า นโยบายที่จะหาแนวทางปิดช่องว่างการเข้าไม่ถึงสินเชื่อของคนบางกลุ่มนั้นควรจะแยกกันกับการส่งเสริมไมโครไฟแนนซ์ เพราะเท่าที่ ธปท.เปิดให้นันแบงก์มาปล่อยกู้ได้โดยไม่รับเงินฝาก ให้คิดดอกเบี้ยได้ 28% ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยที่กฎหมายกำหนด 15% ซึ่งมีคนมาทำ 28 ราย แต่กว่า 25 รายขาดทุนกันหมด ยกเว้นบริษัท อิออน และอีซี่ บาย เท่านั้นที่พอทำได้ แต่ส่วนใหญ่จะล้มหายตายจากไปมากกว่า

ขณะที่การปล่อยกู้ไมโครไฟแนนซ์ หรือการปล่อยกู้รายย่อยๆ แก่ผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนั้น สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธ.ก.ส. และธนาคารออมสิน ทำได้ดีมาก โดยปล่อยกู้และคิดดอกเบี้ยต่ำเพียง 79% แถมยังมีการให้พักหนี้ดีด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน