
รถยนต์ลุยอัดแคมเปญ
นายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผลกระทบในเบื้องต้นจากปัญหาการเมืองยังไม่มีอะไรมาก นอกจากการยกเลิกการทำงานในช่วงวันที่ 13 มีนาคมหรือการยกเลิกการทำงานกะกลางคืนในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการปรับเป้าหมายหรือแผนการทำงานของอุตสาหกรมยานยนต์แต่อย่างใด*****ทั้งนี้ มองว่าหากสามารถแก้ไขปัญหาให้จบได้อย่างรวดเร็วและไม่เกิดความรุนแรง ก็จะส่งผลดีกับอุตสาหกรรมมากขึ้น เนื่องจากอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา และน่าจะดีต่อเนื่องในช่วงของงานมอเตอร์โชว์ที่กำลังจะเกิดขึ้น****สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองนั้น ประเมินว่า การเคลื่อนพลของผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นสัญญาณที่ไม่ค่อยดีนัก ซึ่งต่อเนื่องมาจากการเจาะเลือดไปเทตามสถานที่สำคัญต่างๆ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะรุนแรงไปกว่านี้ ค่ายรถยนต์คงยังจัดกิจกรรมตลาดตามแผน คาดว่าแนวทางที่มีผู้เสนอให้มีการเจรจากันก็เป็นแนวทางที่เป็นไปได้ แต่ต้องมาดูอีกครั้งว่าจะเจรจาออกมาในรูปแบบใด
“
ผมว่าตอนนี้ทางผู้ชุมนุมก็เสียรังวัดไปพอสมควร เพราะเริ่มทำอะไรเลยเถิด แต่จะไปบังคับรัฐบาลให้ยุบสภาก็คงทำไม่ได้ เชื่อว่าตอนจบก็คงต้องใช้อำนาจหน้าที่ของสภามาอภิปรายกันมากกว่า แต่อย่างไรก็ไม่อยากให้ยืดเยื้อหรือรุนแรงไปกว่าที่เป็นอยู่” นายศุภรัตน์ กล่าวด้านนายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ เปิดเผยว่า หวั่นเหมือนกันหากผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงเริ่มเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลไปเรื่อยๆ ก็อาจจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ที่ขณะนี้ค่อนข้างดีได้ เพราะการก่อเหตุไม่สงบจะส่งผลเป็นลูกโซ่ไปถึงความมั่นใจในการใช้จ่ายเงินของผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้การบริโภคชะลอตัว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากกว่าสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ ก็คืออุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอุตสาหกรรมข้ามชาติ ซึ่งสิ่งที่บริษัทรถยนต์กลัวกันมากก็คือ การเอาเงินมาลงทุนแล้วเจอความไม่มั่นคงและไม่ปลอดภัย สิ่งนี้อาจจะกระทบต่อการเลือกประเทศไทยเป็นฐานผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกในอนาคต เพราะบริษัทข้ามชาติก็ย่อมหวั่นว่าความไม่มั่นคงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อแผนการส่งออกได้
“ที่ลงทุนอยู่แล้วพอเปลี่ยนโมเดลใหม่ก็ย้ายฐานลงทุนได้ มันไม่ได้ชัดเจน ถ้าเทียบความไม่มั่นคงกับข้อดีที่เราคุยว่าเราเป็นฐานผลิตชิ้นส่วนแล้ว ผมมองว่าต่างชาติคงคิดหนัก ตอนนี้เราเป็นฐานผลิตปิกอัพ มีอีโคคาร์บางส่วน ที่ผ่านมามีข่าวว่าจะมีค่ายรถลงทุนเพิ่มโรงงานในประเทศไทย พอเจอปัญหาการเมืองเขาก็ชะลอแผนไปหมด ตรงนี้คือสิ่งที่น่ากลัว” นายวัลลภกล่าวอย่างไรก็ตาม แผนงานในประเทศไทยทั้งหมดคงเดินหน้าต่อไป เนื่องจากมีการจัดเตรียมกันมาล่วงหน้านานแล้ว ตลาดโดยรวมตอนนี้ก็มีในส่วนของสินค้าใหม่และโปรโมชั่นออกมากระตุ้นกำลังซื้อ กำลังจะมีการจัดงานมอเตอร์โชว์ ถ้าหากมีการชุมนุมแบบนี้ก็คงไม่สนุก ซึ่งเชื่อว่าแม้ทุกฝ่ายจะเดินตามแผนของตัวเอง แต่ก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด







