
รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว : ศึกษาธุรกิจครอบครัวสเปน
ผมได้อ่านหนังสือ Family Business Model : Practical Solutions for the Family Business ที่เขียนโดย Alberto Gimeno มหาวิทยาลัยEsade ของสเปน ร่วมกับ Gemma Baulenas & Joan ComaCros 2010 (Palgrave Macmillian) โดยศึกษาจากบริษัทครอบครัวในสเปนกว่า 1,500 บริษัท เพื่อศึกษาว่าการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวอย่างไรถึงจะทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้ โดยใช้เวลาศึกษากว่า 20 ปี
ผมได้อ่านหนังสือ Family Business Model : Practical Solutions for the Family Business ที่เขียนโดย Alberto Gimeno มหาวิทยาลัยEsade ของสเปน ร่วมกับ Gemma Baulenas & Joan ComaCros 2010 (Palgrave Macmillian) โดยศึกษาจากบริษัทครอบครัวในสเปนกว่า 1,500 บริษัท เพื่อศึกษาว่าการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวอย่างไรถึงจะทำให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตได้ โดยใช้เวลาศึกษากว่า 20 ปี
เหตุผลที่ผมเลือกนำบทสรุปหนังสือเล่มนี้มาเล่าให้ท่านผู้อ่านฟัง ก็เพราะผมคิดว่าลักษณะธุรกิจครอบครัวของสเปนอาจมีความคล้ายคลึงกับของไทย หรือเอเชียมากกว่าสหรัฐอเมริกา เพราะวัฒนธรรมเรื่องความผูกพันของครอบครัวและความเป็นเจ้าของธุรกิจครอบครัวอาจมีโครงสร้างที่คล้ายกัน
บทสรุปสำคัญของหนังสือเล่มนี้ คือ การที่ผู้เขียนพิจารณาถึงความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับครอบครัว โดยเฉพาะความซับซ้อนของครอบครัวและธุรกิจที่มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ (Concept of Complexity) เพราะการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวไม่มีขาวกับดำ หรือว่า ถูกหรือผิด แต่อาจเป็นเรื่องเทาๆ (Shade of Gray)
และที่สำคัญคือ วิธีการจัดการธุรกิจครอบครัวแต่ละครอบครัวย่อมนำมาใช้กับธุรกิจครอบครัวอื่นไม่ได้ ขึ้นอยู่กับธุรกิจครอบครัวแต่ละครอบครัวเป็นสำคัญ
หนังสือเล่มนี้แบ่งเป็น 4 บทใหญ่ คือ
(1) ประวัติของการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว
(2) สูตรการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว
(3) รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว
(4) การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว
(5) บทสรุป
1.ประวัติของการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว โดยแบ่งเป็นประเด็น 5 ประเด็น คือ
1) ประเด็นที่ธุรกิจครอบครัวต้องเผชิญ
2) แผนการสืบทอดธุรกิจครอบครัว
3) การร่างรัฐธรรมนูญครอบครัว
4) โครงสร้างการจัดการ (Governance)
5) การสื่อสารระหว่างครอบครัว
2.สูตรการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว ในหนังสือกล่าวถึงแนวคิดดังนี้ คือ
1.Complexity ความซับซ้อนของธุรกิจครอบครัวแต่ละครอบครัวก็ย่อมขึ้นอยู่กับความยุ่งยากของธุรกิจและความยุ่งยากของครอบครัว ซึ่งความยุ่งยากดังกล่าวก็นำไปถึงปัญหาที่ธุรกิจครอบครัวนั้นต้องเผชิญในอนาคตโดยหนังสือยกตัวอย่าง
2.โครงสร้าง (Structure) ที่เป็นเรื่อง
2.1 การก่อตั้งองค์กร
2.2 ความแตกต่างระหว่างธุรกิจครอบครัวกับธุรกิจ
2.3 การพัฒนากระบวนการจัดการ
2.4 การพัฒนาการสื่อสาร
2.5 แผนการสืบทอดธุรกิจ
3.ความมั่นคง (Stability) หรือความเสี่ยงด้านโครงสร้าง (Structure Risk) ความเสี่ยงด้านโครงสร้างจะเกิดขึ้นต่อเมื่อโครงสร้างไม่สามารถพัฒนาไปถึงความซับซ้อนของครอบครัว และโดยมีสูตรว่าการลดความเสี่ยงทางโครงสร้างก็ต้องจากการลดความซับซ้อนของครอบครัว ลดความซับซ้อนของธุรกิจและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างของธุรกิจและครอบครัว โดยแบ่งสูตรดังนี้
3.รูปแบบการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว หนังสือได้อธิบายว่ารูปแบบของการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว คือ
(1) แบบกัปตัน (Captain Model)
(2) แบบจักรพรรดิ (Emperor Model)
(3) แบบทีมของครอบครัว (Family Team Member)
(4) แบบครอบครัวมืออาชีพ (Profession Family Model)
(5) แบบบริษัท (Corporate Model)
(6) แบบกลุ่มลงทุนของครอบครัว (Family Investment Group)
ตอนต่อไปผมจะนำประเด็นทั้ง 6 ประเด็นมาเล่าให้ฟังครับ







