
รู้เขา...รู้เรา
...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์
ถามไถ่มาไม่น้อย จากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่า...ถ้าจะกู้เงินแบงก์ต้องทำยังไง!!
คำถามง่ายๆ สั้นๆ แบบนี้มีเข้ามาทุกวัน ผมจึงอยากถือโอกาสเขียนแนะนำทีเดียว เผื่อว่าท่านผู้อ่านที่กำลังมีคำถามนี้ในใจจะได้ประโยชน์ไปบ้างนะครับ
หลักการเบื้องต้นที่อยากให้เห็นภาพง่ายๆ ก่อนเลยคือ ขอให้ท่านสมมติว่า ตัวเองเป็นเจ้าหนี้ และมีคนที่ท่านไม่รู้จักจะมาขอยืมเงินท่านไปลงทุนทำธุรกิจสักอย่าง ท่านจะถามอะไรบ้าง??
ท่านอยากรู้และอยากดูหลักฐานเอกสารเรื่องอะไรบ้าง?? และสุดท้ายท่านอยากได้อะไรเป็นประกันเพื่อความอุ่นใจว่าจะได้เงินคืนครบถ้วนตรงเวลา!!
สิ่งเหล่านั้นล่ะครับที่แบงก์ทั้งหลายใช้เป็นแนวทางวิเคราะห์สินเชื่อ ซึ่งถ้าท่านเข้าใจและเตรียมการให้เรียบร้อย โอกาสที่จะได้เงินกู้ตามที่ต้องการก็ไม่น่าจะยากเกินไป
รู้เขารู้เรา...รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง รู้เขารู้เรา...จะกู้เงินกี่ครั้งก็ได้เงินทุกครั้ง...ประมาณนั้น
ถ้าจะเจาะเป็นด้านๆ ขอเริ่มที่ด้าน...รู้เขา...ก่อนเป็นอย่างแรก คือต้องรู้ว่าสถาบันการเงินมีหลักในการวิเคราะห์ลูกค้าอย่างไร
ผมจะอธิบายแบบง่ายๆ ไม่ใช้ภาษาวิชาการคือ อดีต...ปัจจุบัน... อนาคต
วงจรชีวิตและธุรกิจของท่านเหมาะสมที่แบงก์จะเสี่ยงด้วยหรือไม่??
อดีต...เขาดูตั้งแต่ตัวเจ้าของกิจการและหุ้นส่วน ดูวัยวุฒิคุณวุฒิพื้นฐานการศึกษาและประสบการณ์ว่าตรงกับธุรกิจที่ลงทุนหรือไม่ มีที่มาที่ไปอย่างไรถึงมาทำธุรกิจนี้
หากเจ้าของกิจการมีความรู้ความเชี่ยวชาญและความพร้อมจริง โอกาสที่จะนำพากิจการสู่ความสำเร็จก็มีความเป็นไปได้สูง
ตัวเจ้าของกิจการเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของกิจการ เพราะฉะนั้นจึงต้องดูอดีตของผู้นำธุรกิจเป็นด่านแรก
จากนั้นจะดูประวัติการชำระหนี้ ดูเครดิตและวินัยการเงินย้อนหลังว่าเป็นอย่างไร โดยดูได้จากเครดิตบูโรที่เป็นศูนย์ข้อมูลกลางของทุกแบงก์ ตรงนี้เขาจะดูว่าท่านมีเครดิตและความรับผิดชอบต่อหนี้สินที่ผ่านมาเป็นอย่างไร
ถ้าหนี้เก่ายังมีปัญหา ก็ยากที่จะเชื่อว่าหนี้ใหม่จะรับผิดชอบได้
กรณีเป็นนิติบุคคล ก็จะมีการตรวจประวัติของกรรมการผู้มีอำนาจลงนามทุกคนด้วย ส่วนอดีตในด้านผลประกอบการที่แสดงถึงความสามารถทำกำไรสร้างความเจริญเติบโตให้กับธุรกิจนั้น ก็จะดูจากประวัติการเดินบัญชีและงบการเงินของกิจการย้อนหลัง
ข้อมูลในอดีต ซึ่งยังมีอีกหลายส่วน เป็นการดูคุณสมบัติของผู้กู้ว่าเหมาะสมที่จะคบหาให้หยิบยืมเงินกันได้หรือไม่ ข้อนี้ถ้าไม่ผ่านก็แทบไม่ต้องไปดูเรื่องอื่นเลย ใครติดเรื่องนี้ถ้าไม่แก้ไข...จะกู้กี่ครั้งก็ไม่ได้สักครั้ง ขอเก็บไว้แนะนำวิธีแก้ในโอกาสต่อไปนะครับ
ปัจจุบัน...หลังผ่านการเอกซเรย์เรื่องราวในอดีตเรียบร้อยแล้ว กิจการมียอดการดำเนินธุรกิจจริงเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับตัวเลขในอดีต สถานการณ์อยู่ในระดับเท่าเดิม ดีขึ้น หรือแย่ลง ตัวเลขการดำเนินงานจะมีการตรวจเช็กจากการเดินบัญชี เอกสารภาษี บัญชีลูกหนี้เจ้าหนี้ สินค้าคงคลัง และรายการอื่นๆ ในงบภายในของกิจการ
หลักคิดง่ายๆ ก็คือ คงไม่อุ่นใจนักถ้าต้องให้เงินกู้ก้อนใหญ่หรือรับรีไฟแนนซ์หนี้สักราย ซึ่งมีผลงานไม่ดีขึ้นกว่าเดิมมาอยู่ในอ้อมกอด
อนาคต...เป็นหน้าที่ของผู้กู้ที่ต้องสร้างความน่าเชื่อถือให้ได้ว่าเจ้าหนี้จะได้รับเงินคืนครบตามเงื่อนไข หลักก็อยู่ที่การชี้แจงด้วยแผนธุรกิจที่ต้องมีการพยากรณ์ตัวเลขอย่างมีเหตุผลและความเป็นไปได้ เจ้าหนี้คงไม่เชื่อตัวเลขสวยหรูที่ผู้กู้ทำมาให้ ความยากก็อยู่ที่ต้องหาข้อมูลด้านต่างๆ มาสนับสนุนประกอบรายการทั้งหลายที่แบงก์จะตั้งคำถามตัวโตๆ ในทุกหัวข้อว่า...ทำไม...ทำไม...และทำไม
อันนี้ลูกหนี้ก็อย่าไปหงุดหงิดใจนะครับ เพราะหนี้ก้อนหนึ่งกว่าจะผ่อนหมดต้องใช้เวลานานหลายๆ ปี
เสียดายเนื้อที่มีน้อย เขียนต่อไม่ได้แล้ว วันนี้คงฝากได้เท่านี้ก่อน ครั้งหน้าจะมาแนะนำวิธีปรับปรุงแก้ไขข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งอดีต ปัจจุบัน และอนาคต หรือที่ภาษาตลาดเรียกว่า...แต่งตัวก่อนกู้เงิน
ส่วนประเด็นเรื่อง...รู้เรา...จะอธิบายในคราวถัดไป ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่ออย่างยิ่งที่เจ้าของกิจการจำนวนมากยังไม่ค่อยรู้จักตัวเองอย่างดีพอ







