
พบทุจริตสวมสิทธิพยุงราคายางพารา
แฉทุจริตโครงการพยุงราคายางพารา ภาคใต้ อีสาน ลอบสวมสิทธิข้ามเขต
แฉทุจริตโครงการพยุงราคายางพารา ภาคใต้ อีสาน ลอบสวมสิทธิข้ามเขต
นายเพิก เลิศวังพง อดีตประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกยางทั่วประเทศเริ่มพบความไม่ชอบมาพากลของโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา 4.5 หมื่นล้านบาท ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะในภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีขบวนการแอบอ้างชื่อสถาบันเกษตรกรบางแห่ง ที่สมาชิกใช้สิทธิขายยางพาราในโครงการไม่เต็มจำนวนโควตา จึงใช้วิธีย้ายยางพาราจากอีกจังหวัดมาสวมสิทธิข้ามพื้นที่
เบื้องต้นทราบว่าเป็นชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ เมื่อได้หลักฐานชัดเจนจะนำไปร้องต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ
“มีชุมนุมสหกรณ์บางแห่งเป็นคนของนักการเมือง เริ่มมีการโยกย้ายยางในพื้นที่อื่นมาใช้สิทธิของสถาบันเกษตรกรในอีกพื้นที่หนึ่ง และพบว่าบางสถาบันเกษตรกรขายยางพาราที่ยังไม่ได้รับการรับรองจากผู้ว่าราชการจังหวัด และคณะกรรมการ บริหารโครงการที่มี รมช.เป็นประธาน ซึ่งกำลังมีความพยายามที่จะอนุมัติย้อนหลังให้” นายเพิก กล่าว
นอกจากนี้ โครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารายังมีความไม่ชอบมาพากลอีกหลายเรื่อง เช่น การจ้างรมควัน จ้างอัดแท่ง พบว่ามีราคาสูงกว่าราคาตลาด อาทิ สหกรณ์ชาวสวนยางจังหวัดจันทบุรี หรือระยอง จ้างเพียง 1.50-1.80 บาทต่อ กก. แต่องค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) จ้าง 2.50-2.80 บาทต่อ กก. จึงควรมีการชี้แจงเหตุผลให้กระจ่างเพื่อความโปร่งใสในการทำงาน
ขณะที่นโยบายความร่วมมือกับ 3 ประเทศ คือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย ลดการส่งออก ไม่ได้ช่วยทำให้ราคายางพาราในประเทศดีขึ้น เพราะทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซีย คือ ผู้ใช้ยาง และส่วนมากอินโดนีเซียส่งออกยางแท่ง แต่ไทยส่งออกยางแผ่น เป็นคนละประเภท







