
บาทแข็งค่าสุดรอบ 22 เดือน แรงซื้อต่างชาติในตลาดหุ้น
....วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1519 มี.ค. 2553) เงินบาทปรับตัวในทิศทางแข็งค่าเป็นส่วนใหญ่ โดยปรับตัวในช่วง 32.2732.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับ 32.6032.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ในช่วงต้นสัปดาห์เงินบาทเริ่มต้นสัปดาห์ ที่ระดับ 32.59 บาทต่อเหรียญสหรัฐ อ่อนค่าลงเล็กน้อยจาก 32.55 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงปลายสัปดาห์ก่อน โดยเงินบาทอ่อนค่าลงตามสกุลเงินภูมิภาคหลังจากขาดแรงหนุนจากตลาดหุ้น โดยตลาดหุ้นเอเชียร่วงลงจากระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ในวันจันทร์ หลังข้อมูลการบริโภคที่อ่อนแอของสหรัฐบดบังข้อมูลยอดค้าปลีกที่ออกมาดีเกินคาด
ขณะเดียวกันภาวะการลงทุนยังเป็นไปอย่างระมัดระวังหลัง นายเวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน กล่าวว่า มีโอกาสที่เศรษฐกิจอาจเผชิญกับภาวะถดถอยอีกครั้งทำให้เศรษฐกิจก้าวสู่ภาวะถดถอยครั้งที่สอง
อย่างไรก็ดี เงินบาทเริ่มปรับตัวในทิศทางแข็งค่าโดยอยู่ที่ระดับ 32.52 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสเงินทุนที่ยังไหลเข้ามาในตลาดหุ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากบทวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนเลย์ ที่ระบุว่าบริษัทได้เพิ่มน้ำหนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็น
“Overweigh” เนื่องจากมูลค่าหุ้นต่ำและการประกอบการที่ค่อนข้างดีขณะเดียวกันแรงขายเงินเหรียญสหรัฐของนักลงทุนจากที่ซื้อไว้จำนวนมากในช่วงก่อนหน้าจากความวิตกต่อปัญหาการเมืองในประเทศ ยังเป็นอีกแรงส่งที่ทำให้เงินบาททะยานแข็งค่าที่สุดในรอบ 21 เดือน ที่ 32.41 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงบ่ายวันอังคาร
ขณะที่ ธปท. เปิดเผยว่า เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้เป็นผลจากการที่นักลงทุนต่างชาติยังมีความมั่นใจในการลงทุนในไทย รวมถึงยังมีกระแสเงินลงทุนไหลเข้ามาในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง และหนุนให้ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 20 เดือนเช่นกัน
ในช่วงกลางสัปดาห์เงินบาททรงตัวที่ระดับ 32.40 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ และมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตามทิศทางค่าเงินภูมิภาคที่ปรับแข็งค่าขึ้นเป็นส่วนใหญ่ นำโดยเงินวอนและเงินรูเปียห์ ท่ามกลางการอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐ ที่ได้รับผลกระทบจากการคงอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐใกล้ศูนย์ต่อไป
เงินบาทปรับตัวในกรอบแคบๆ ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบ 21 เดือน ที่ 32.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพฤหัสบดี
การร่วงลงของเงินเหรียญสหรัฐ และแรงหนุนจากภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นที่ยังปรับตัวขึ้นต่อตามแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีเข้ามาอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์นี้ ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวขึ้น ทำสถิติแข็งค่าที่สุดในรอบ 22 เดือน ที่ 32.27 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ ธปท. เข้าแทรกแซงตลาดในวงจำกัด
นอกจากนี้ การประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่อ่อนแรงลงทำให้นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อหุ้นไทย ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ที่เปิดเผยว่าเงินบาทมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ ซึ่งสอดคล้องกับพื้นฐานเศรษฐกิจไทย ขณะที่การปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้เป็นผลจากการที่สถานการณ์การชุมนุมทางการเมืองไม่รุนแรง อย่างไรก็ดี สกุลเงินเอเชียและเงินบาทลดช่วงบวกลง ตามการปรับตัวลงของตลาดหุ้นเอเชีย ท่ามกลางความวิตกระลอกใหม่เกี่ยวกับการคุมเข้มของทางการจีนในการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคาร ส่งผลให้เงินบาทร่วงปิดตลาดที่ระดับ 32.29 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังคงปรับตัวในทิศทางอ่อนค่าในช่วงปลายสัปดาห์ เนื่องจากนักลงทุนมีการเข้าซื้อคืนดอลลาร์สหรัฐ และลดการถือเงินบาทเพื่อเลี่ยงความเสี่ยงจากปัจจัยทางการเมืองในช่วงสุดสัปดาห์ เพราะไม่แน่ใจว่าในช่วงเสาร์อาทิตย์นี้ การชุมนุมทางการเมืองจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นหรือไม่
ค่าเงินบาทในสัปดาห์นี้ (2226 มี.ค. 2553) สายงานธุรกิจตลาดทุน มองว่าค่าเงินบาทมีแนวโน้มปรับตัวในช่วง 32.1032.50 หลังจากที่แกว่งตัวในช่วง 32.2732.68 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
ขณะที่ต้องติดตามว่านักลงทุนต่างชาติจะเข้าซื้อในตลาดหุ้นไทยต่อหรือไม่ เพราะหากมีแรงซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เงินบาทยังคงรักษาช่วงบวกไว้ได้ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยลบจากภาวะผันผวนในตลาดการเงินโลก เนื่องจากตลาดมีความวิตกมากขึ้นว่าทางการจีนอาจเพิ่มการกันสำรองของธนาคารพาณิชย์เพื่อควบคุมการปล่อยสินเชื่อในประเทศ
หลังจากมาตรการที่ดำเนินมาในช่วงก่อนหน้ายังไม่เพียงพอที่จะชะลอความร้อนแรงของเศรษฐกิจจีน ขณะเดียวกันยังต้องติดตามความคืบหน้าในการจัดการปัญหาหนี้สินของกรีซ จากการประชุมสุดยอดผู้นำยุโรปในวันพฤหัสบดีที่ 25 มี.ค. ซึ่งหากมติการประชุมไม่มีความชัดเจนและยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจะยิ่งเพิ่มความวิตกให้แก่นักลงทุนและส่งผลกระทบต่อความต้องการสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึงเป็นปัจจัยในเชิงลบต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินภูมิภาค รวมทั้งเงินบาทของไทย







