
ตปท.จ่อเข้าตราสารหนี้ไทย
อเบอร์ดีน มั่นใจตราสารหนี้ไทยยังเนื้อหอม สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติเพิ่มได้อีก แอสเซท พลัส ลุ้นเงินย้ายจากหุ้นเข้าตราสารหนี้
อเบอร์ดีน มั่นใจตราสารหนี้ไทยยังเนื้อหอม สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติเพิ่มได้อีก แอสเซท พลัส ลุ้นเงินย้ายจากหุ้นเข้าตราสารหนี้
นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าฝ่ายตราสารหนี้-ประเทศไทย บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) อเบอร์ดีน กล่าวว่า การลงทุนตราสารหนี้ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่น่าสนใจมากขึ้น
เมื่อประเทศพัฒนาแล้วต่างคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เชื่อว่าในช่วง 6-12 เดือนนับจากนี้ เงินทุนต่างชาติจะไหลเข้ามาลงทุนตราสารหนี้ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอีก
“นอกจากนี้ ในปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติถือครองตราสารหนี้ไทยประมาณ 12% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค ที่ต่างชาติลงทุนประมาณ 20-40% เพราะฉะนั้นจึงมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะเพิ่มสัดส่วนขึ้นไปได้อีกในปี 2556 แต่คงจะไม่เกิน 20%” นายพงค์ธาริน กล่าว
น.ส.ฤดี ปติอารยกุล ผู้จัดการกองทุนอาวุโส บลจ.แอสเซท พลัส คาดว่า จะมีกระแสเงินไหลเข้ามาในภูมิภาคเอเชียมากขึ้นในอนาคตและส่วนใหญ่จะไหลไปลงทุนในตลาดหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์เป็นหลัก แต่ต้องติดตามดูการเคลื่อนย้ายเงินทุนอีกครั้งว่า จะมีการกระจายไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เช่น ตราสารหนี้ อีกหรือไม่
พร้อมกันนี้ วันที่ 26 ก.ย. บลจ.แอสเซท พลัส จะเปิดขายและรับซื้อคืนรอบใหม่ กองทุนเปิดแอสเซท พลัส ตราสารหนี้ทวีทรัพย์ 3 ซึ่งเน้นลงทุนตั๋วเงินคลัง พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และตั๋วแลกเงิน อายุประมาณ 4 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.1% ต่อปี
“การลงทุนในตลาดตราสารหนี้ช่วงนี้ ควรเน้นลงทุนในตราสารระยะสั้น เนื่องจากตลาดตราสารหนี้ยังมีโอกาสเผชิญกับความผันผวนของอัตราผลตอบแทน” น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการขายและการตลาด บลจ.แอสเซท พลัส กล่าว
ด้านตลาดตราสารหนี้ไทย วันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนค่อนข้างคงที่ในทุกช่วงอายุตราสาร ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายรวมทั้งวันอยู่ที่ 90,785 ล้านบาท โดยนักลงทุนกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซื้อสุทธิ 13,503 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 1,660 ล้านบาท เน้นการขายพันธบัตรอายุไม่เกิน 3 ปี







