
รับมือสินเชื่อหด
แบงก์คาดปีหน้าโตแค่11.5% เอสเอ็มอีขยายแต่รายใหญ่ลด
แบงก์คาดปีหน้าโตแค่11.5% เอสเอ็มอีขยายแต่รายใหญ่ลด
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ พยากรณ์สินเชื่อแบงก์พาณิชย์ทั้งระบบปีหน้าเติบโต 11.5% คาดธนาคารปรับกลยุทธ์ลดสัดส่วนปล่อยกู้รายใหญ่ หันลุยเอสเอ็มอีรับเกณฑ์บาเซิล 3
น.ส.เกวลิน หวังพิชญสุข ผู้จัดการฝ่ายวิจัยการเงินการธนาคาร บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ภาพรวมสินเชื่อทั้งระบบของธนาคารพาณิชย์ในปี 2556 มีแนวโน้มจะขยายตัวได้ที่ระดับ 11.5% ลดลงจากในปีนี้ที่คาดว่าจะเติบโตที่ 13% ทั้งนี้เป็นผลมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลหลายโครงการที่จะหมดอายุลง โดยเฉพาะโครงการรถคันแรก ซึ่งจะมีผลต่อการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
นอกจากนี้ ยังคาดว่าการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่จะเริ่มชะลอตัวลงเช่นกัน เนื่องจากภาวะดอกเบี้ยในปัจจุบันอาจทำให้บริษัทขนาดใหญ่ตัดสินใจเลือกระดมทุนด้วยตัวเอง เช่น การออกหุ้นกู้ การเข้าตลาดหลักทรัพย์ (ไอพีโอ) มากกว่าการใช้สินเชื่อ ขณะเดียวกันเชื่อว่าผลจากเกณฑ์บาเซิล 3 ก็จะทำให้ธนาคารพาณิชย์เองลดสัดส่วนการปล่อยกู้ในกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ลงเช่นกัน
“ผลจากเกณฑ์บาเซิล 3 จะทำให้การปล่อยกู้ลูกค้ารายใหญ่กินทุนค่อนข้างมาก ดังนั้นเชื่อว่าธนาคารพาณิชย์จะหันมารุกหนักที่สินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อย ซึ่งกินทุนน้อยและให้ผลตอบแทนสูง เพื่อรักษาผลกำไรและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น” น.ส.เกวลิน กล่าว
ทั้งนี้ เชื่อว่าแรงขับเคลื่อนสำคัญของธนาคารพาณิชย์ในปีหน้าจะมาจากสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ให้ผลตอบแทนสูงและได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจที่กระจายตัวไปยังต่างจังหวัดและหัวเมืองสำคัญต่างๆ ตามกระแสการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ขณะที่สินเชื่อรายย่อยแม้จะยังขยายตัวได้ดี แต่จะเติบโตในอัตราที่ช้าลง เพราะขาดแรงหนุนจากนโยบายภาครัฐ
นายหยกพร ตันติเศวตรัตน์ รองผู้จัดการใหญ่ กลุ่มบริหารความเสี่ยง ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ผลจากเกณฑ์บาเซิล 3 จะทำให้ธนาคารพาณิชย์หันมาเน้นการเติบโตผ่านสินเชื่อเอสเอ็มอีและรายย่อยมากขึ้น เนื่องจากเกณฑ์บาเซิล 3 จะมีผลกระทบต่อการเติบโตของกำไรและผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) หากธนาคารไม่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์
ก่อนหน้านี้ นางกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ธนาคารอยู่ระหว่างพิจารณาปรับสัดส่วนสินเชื่อในพอร์ตเพื่อรองรับเกณฑ์บาเซิล 3 โดยจะเน้นการเติบโตไปที่ธุรกิจรายย่อย เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ รวมทั้งสินเชื่อเอสเอ็มอี ขณะที่ธุรกิจรายใหญ่จะมีการลดสัดส่วนการปล่อยกู้ลงและหันไปสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมแทน
นางสุชาดา กิระกุล รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2556 ว่า ปัจจัยต่างประเทศยังเป็นตัวกดดัน ประเด็นที่ต้องจับตาคือเรื่องทางการคลังของสหรัฐที่มาตรการภาษีกำลังสิ้นสุด หากไม่ได้รับการต่ออายุอาจมีผล ต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐประมาณ 23% ส่วนในประเทศอาจกดดันเช่นกัน การบริโภคและการลงทุนอาจชะลอตัวลง เพราะหลายมาตรการเริ่มหมดอายุ เช่น มาตรการรถยนต์คันแรก มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) ของ ธปท.ที่เต็มวงเงินแล้ว ดังนั้นปีหน้าแรงกระตุ้นจะลดลง ส่วนการลงทุนของภาครัฐยังกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีอยู่ เว้นแต่จะเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า







