
ชี้เอสเอ็มอีชูนวัตกรรมคอนเนกชัน
ที่ปรึกษาการตลาดชี้ เอสเอ็มอีไทยกลัวเออีซีกว่าน้ำท่วม แนะสร้างนวัตกรรมคอนเนกชัน ระบุกลุ่มสุขภาพออนไลน์มาแรง
ที่ปรึกษาการตลาดชี้ เอสเอ็มอีไทยกลัวเออีซีกว่าน้ำท่วม แนะสร้างนวัตกรรมคอนเนกชัน ระบุกลุ่มสุขภาพออนไลน์มาแรง
นายกลกิตติ์ เถลิงนวชาติ ประธานอำนวยการบีเอ็นไอ ประจำประเทศไทย องค์กรที่ปรึกษาด้านการตลาด ที่มีเครือข่ายกว่า 50 ประเทศทั่วโลก กล่าวว่า ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีของไทยมีความกังวลการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ปี 2558 เพราะส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และการเตรียมการรองรับกับเออีซีที่จะเกิดขึ้นในไม่ถึง 2 ปีข้างหน้า ยิ่งกว่าความกังวลเรื่องน้ำจะท่วม
ดังนั้น บีเอ็นไอจึงได้เตรียมความพร้อมให้เครือข่ายบีเอ็นไอประเทศไทยกว่า 400 ราย ต้องสร้างความแตกต่างด้วยการผลิตสินค้าที่เป็นนวัตกรรมใหม่ เพราะหลังเปิดเออีซีจะมีสินค้าจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา และสินค้าคงใช้การตัดราคาเป็นหลักไม่ได้ ฉะนั้นการจะอยู่รอดได้ต้องขายสินค้านวัตกรรม และสิ่งสำคัญอีกประการ คือ การสร้างคอนเนกชัน หรือสายสัมพันธ์ทางธุรกิจ
“ถ้าสินค้าไม่มีนวัตกรรมจะแข่งขันลำบาก และหากมีนวัตกรรม แต่ไม่มีคอนเนคชั่น ก็ไม่สามารถหาช่องทางการตลาด การขายสินค้าสู่ผู้บริโภคได้ เพราะฉะนั้นทั้งสองส่วนถือเป็นเรื่องสำคัญที่เอสเอ็มอีไทย ต้องพัฒนา เพื่อสร้างโอกาสให้ตัวเองหลังการเปิดเออีซี” นายกลกิตติ์กล่าว
สำหรับแนวโน้มธุรกิจที่มีศักยภาพมากต่อไปในอนาคต ได้แก่ ธุรกิจด้านสุขภาพ จะเห็นชัดเจนจากแนวโน้มของกลุ่มธุรกิจต่างๆที่เริ่มย้ายฐานมายังประเทศในภูมิภาคเอเชีย หลังจากเกิดวิกฤติการเงินในสหรัฐอเมริกาและยุโรป และไทยมีความพร้อมในหลายๆด้าน ทั้งโรงพยาบาล โรงแรมและธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ ธุรกิจออนไลน์จะเติบโตสูงมาก เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีแทนคน แก้ปัญหาต้นทุนด้านแรงงาน จะเห็นธุรกิจที่ค้าขายผ่านออนไลน์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งกลุ่มบีเอ็นไอ ได้ลงทุนพัฒนาระบบเทคโนโลยีกลางเพื่อสนับสนุนธุรกิจออนไลน์ เป็นจำนวนเงินหลายล้านเหรียญสหรัฐเพื่อรองรับการขยายตัวดังกล่าว
นายกลกิตติ์ กล่าวด้วยว่า บริษัทได้เจรจากับบริษัทแม่เพื่อซื้อแฟรนไชส์สำหรับดำเนินธุรกิจในประเทศพม่าเพิ่มเติม เพราะถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสำหรับการขยายธุรกิจของกลุ่มเอสเอ็มอีในเมืองไทย ด้วยขนาดของจำนวนประชากรที่ค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันในปี 2556 บริษัทจะเริ่มขยายเครือข่ายธุรกิจไปยังภูมิภาคต่างๆให้ครบทั้ง 4 ภาค คาดว่าภายใน 3 ปี จะมีธุรกิจในเครือข่ายของบีเอ็นไอ ประเทศไทยราว 1,200 คน
นายไอวาน ไมสเนอร์ ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งบีเอ็นไอ สำนักงานใหญ่ กล่าวว่า สายสัมพันธ์ หรือเครือข่ายทางธุรกิจถือเป็นเคล็ดลับความสำเร็จของผู้ประกอบการทุกราย ไม่ได้สอนในระบบการศึกษาทั่วไป แต่เป็นการสอนในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นเพราะฉะนั้น การสร้างสายสัมพันธ์ทางธุรกิจให้เกิดขึ้นได้จะต้องปลดล็อกข้อจำกัดนี้ แนวทางที่จะทำให้เกิดสิ่งเหล่านั้นขึ้นได้ คือการพยายามให้นักธุรกิจในเครือข่ายบีเอ็นไอ ช่วยเพื่อนให้ประสบความสำเร็จ ขณะเดียวกัน ต้องหาพันธมิตรเข้ามารับผิดชอบในการดำเนินธุรกิจ เป็นต้น







