posttoday
เอกชนญี่ปุ่นเล็งหนีจีน

เอกชนญี่ปุ่นเล็งหนีจีน

22 กันยายน 2555

ผลสำรวจรอยเตอร์ส41%คิดหนักคาดอาเซียนได้อานิสงส์

ผลสำรวจรอยเตอร์ส41%คิดหนักคาดอาเซียนได้อานิสงส์

เอกชนญี่ปุ่นเกือบครึ่งทบทวนแผนจะอยู่ต่อในจีนหรือไม่ หลังเกิดกระแสประท้วงต่อต้านหนัก กูรูชี้อาเซียนอาจจะได้อานิสงส์

รอยเตอร์ส เผยผลการสำรวจเอกชนญี่ปุ่นกว่า 400 บริษัท ปรากฏว่า 41% เห็นว่าสถานการณ์ต่อต้านญี่ปุ่นในจีนนั้น ส่งผลต่อแผนการลงทุนทางธุรกิจในจีนแน่นอน โดยบางบริษัทถึงกับพิจารณาที่จะถอนตัวออกจากจีนและย้ายการผลิตไปยังประเทศอื่น

การสำรวจครั้งนี้ มีขึ้นทั้งก่อนและหลังสถานการณ์การประท้วงต่อต้านญี่ปุ่นในจีนต่อกรณีข้อพิพาทเกาะเตียวหยู ซึ่งกลุ่มผู้ประท้วงได้ลงมือเผาและทำลายทรัพย์สินของเอกชนญี่ปุ่น

“เรามีความวิตกกังวลว่า แรงงานจีนอาจจะเริ่มการประท้วงหยุดการผลิตกันอีก หรือไม่ก็เริ่มหาทางเรียกร้องขึ้นค่าแรงอย่างไร้เหตุผล” บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ยานยนต์สัญชาติญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง กล่าว

ทั้งนี้ บริษัทในภาคอุตสาหกรรมค้าส่ง อุปกรณ์ยานยนต์ และเครื่องจักรไฟฟ้า เป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบมาจากความสัมพันธ์ที่แย่ลงระหว่างจีนและญี่ปุ่น หลังจากเกิดการประท้วงอย่างรุนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

บริษัทเครื่องจักรสัญชาติญี่ปุ่นแห่งหนึ่ง เปิดเผยด้วยว่า ทางบริษัทต้องเจอกับความยากลำบากในการส่งออกชิ้นส่วน เนื่องจากขั้นตอนทางศุลกากรที่ยุ่งยาก ขณะที่อีกบริษัทหนึ่งร้องเรียนว่า ถูกห้ามไม่ให้ร่วมเข้าประมูลอย่างไร้เหตุผล

“เราจำเป็นที่จะต้องพิจารณาการปิดฐานการผลิตของเราในจีนลง และถอนคนของเราออก”

ด้านนาโอโตะ ไซโต นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากสถาบันวิจัยไดวาให้ความเห็นว่า จีนและญี่ปุ่นเคยปะทะกันทางการทูตมาหลายครั้ง ซึ่งในท้ายที่สุดผู้ที่เจ็บที่สุด ก็คือ บริษัทญี่ปุ่นที่ลงทุนอยู่ในจีน

“ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะเกิดซ้ำรอยขึ้นอีกครั้ง ดังนั้นบริษัทญี่ปุ่นเหล่านี้กำลังเริ่มตั้งคำถามว่า จะอยู่กับจีนต่อไป หรือย้ายไปที่อื่น” นาโอโตะ กล่าว โดยที่บริษัทเหล่านี้อาจจะย้ายไปยังประเทศแหล่งลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แทน ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือประเทศไทย

ทางด้านหนังสือพิมพ์อาซาฮีในญี่ปุ่นรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่เมืองท่าเทียนจินใกล้กับกรุงปักกิ่ง ได้แจ้งไปยังบริษัทเอกชนญี่ปุ่นว่าการนำเข้าสินค้าของญี่ปุ่นจะถูกตรวจสอบมากขึ้นด้วย ซึ่งจะยิ่งทำให้การนำเข้าชิ้นส่วนยานยนต์จากญี่ปุ่นจะต้องล่าช้าลง โดยทางด้านบริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ส ค่ายรถยนต์รายใหญ่จากญี่ปุ่นระบุว่า ทางบริษัทได้เตรียมแผนการรับมือไว้แล้ว

“เรากำลังพยายามที่จะประเมินและคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า และเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ต่อผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับธุรกิจของเรา” ฮอนด้าระบุในแถลงการณ์

ทั้งนี้ จีนถือเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนญี่ปุ่นมีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก โดยทั้งสองประเทศมีมูลค่าการค้าระหว่างกันสูงถึง 3.45 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 10 ล้านล้านบาท) ทีเดียว

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน