
เหล็กกระทุ้งรัฐแก้จีนทุ่มตลาด
กลุ่มเหล็กทวงถามพาณิชย์ แก้ปัญหาสินค้าเหล็กจากจีนทุ่มตลาดไทย ขู่ทำนิ่ง เล็งฟ้องศาลจัดการ
กลุ่มเหล็กทวงถามพาณิชย์ แก้ปัญหาสินค้าเหล็กจากจีนทุ่มตลาดไทย ขู่ทำนิ่ง เล็งฟ้องศาลจัดการ
นายทรงวุฒิ ไกรภัสสร์พงษ์ รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็ก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้รับจดหมายร้องเรียนจากกลุ่มผู้ผลิตเหล็กรีดร้อนและเหล็กลวดที่เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. ให้เร่งรัดกระทรวงพาณิชย์ใช้มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (เอดี) เหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กลวดที่เจือโบรอนจากประเทศจีนโดยเร็ว เพื่อบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ผู้ผลิตเหล็กภายในประเทศ ทำให้ยอดขายลดลง คาดว่าปีนี้จะเสียหายกว่า 23 ล้านบาท จากการนำเข้า 9 แสน1 ล้านตัน
ขณะเดียวกันยังทำให้รัฐบาลเสียรายได้จากการเรียกเก็บภาษีอากรขาเข้าด้วย เนื่องจากการนำเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กลวดเจือโบรอนจากจีน เสียภาษี 0% ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียนจีน อีกทั้งรัฐบาลจีนยังอุดหนุนในรูปการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม 9% จึงทำให้ผู้ประกอบการเหล็กจากจีนได้เปรียบด้านราคา
“เอกชนได้ยื่นให้กระทรวงพาณิชย์ไต่สวนฉุกเฉินการทุ่มตลาดจากจีนตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2554 แต่จนขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและก็มีสัญญาณอันตรายมากขึ้น เพราะเริ่มมีเหล็กจากเกาหลีเข้ามาเพิ่มขึ้นด้วย” นายทรงวุฒิ กล่าว
ปัจจุบันกำลังผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนของไทยอยู่ที่ 2.6 ล้านตัน ขณะที่นำเข้าเหล็กจากจีนถึง 1 ใน 5 ของกำลังการผลิตที่มีอยู่แล้ว หรือ 45 แสนตัน นอกจากนี้ปริมาณนำเข้าเหล็กจากเกาหลีเพิ่มขึ้นจากต้นปีนี้ที่นำเข้าเพียง 2,979 ตัน เป็น 3.78 หมื่นตัน ในเดือน มิ.ย. โดยรวม 7 เดือนปีนี้ นำเข้าเหล็กจากเกาหลีแล้ว 1.43 แสนตัน
แหล่งข่าวจากวงการเหล็กเปิดเผยว่า หากภายในปีครึ่งนี้กระทรวงพาณิชย์ยังไม่มีความคืบหน้าในการพิจารณาออกมาตรการเรียกเก็บอากรทุ่มตลาดระยะยาวภายในปีครึ่งนี้ ผู้ประกอบการเอกชนก็มีสิทธิที่จะฟ้องร้องภาครัฐต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาได้ เนื่องจากเป็นการสร้างความเสียหายให้แก่ภาคเอกชน โดยที่รัฐไม่ยอมเข้ามาแก้ปัญหาให้ จนเกิดความเสียหายต่อผู้ประกอบการไทย และรัฐก็เสียผลประโยชน์จากการเก็บภาษี







