
เตือนภัยผู้ส่งออกรับมือข้อขัดแย้ง
แบงก์เตือนลูกค้าเกาะติดสถานการณ์โลกหลังความขัดแย้งแพร่กระจาย เชื่อพิพาทจีนญี่ปุ่น ไม่กระทบการผลิตเพื่อส่งออก
แบงก์เตือนลูกค้าเกาะติดสถานการณ์โลกหลังความขัดแย้งแพร่กระจาย เชื่อพิพาทจีนญี่ปุ่น ไม่กระทบการผลิตเพื่อส่งออก
นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า กระแสความขัดแย้งระหว่างชาติต่างๆ ในโลก เช่น จีนกับญี่ปุ่น สหรัฐกับชาติมุสลิม ถือเป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการธุรกิจส่งออกไทยต้องพึ่งระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากในบางกรณีอาจส่งผลต่อการบริโภคสินค้าบางประเภท เพราะล่าสุดจีนมีการแอนตี้สินค้าแบรนด์ญี่ปุ่นมีการสไตรก์หยุดงาน
“ความขัดแย้งเรื่องศาสนาและดินแดน ซึ่งกระจายไปในหลายประเทศ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจควรติดตามและประเมินว่าจะมีผลอย่างไรบ้างต่อธุรกิจของตนเอง เพราะเตรียมพร้อมรับมือ” นายทรงพล กล่าว
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการหยุดผลิตของโรงงานญี่ปุ่นในจีนจะมีผลกระทบต่อไทยไม่มาก เนื่องจากสายการผลิตชิ้นส่วนหลักๆ หรือซัพพลายเชนส่วนใหญ่ของธุรกิจไทย เช่น ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ มีความเชื่อมโยงอยู่ภายในประเทศและยังคงผลิตรถยนต์ได้
นายทรงพล กล่าวว่า โดยส่วนตัวเชื่อว่าการส่งออกไทยปีนี้จะยังเติบโตได้ที่ระดับ 57% แม้ว่าในระยะสั้นจะมีความเสี่ยงที่ค่าเงินบาทจะแข็งค่าขึ้นสู่ระดับ 30.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จากผลของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี 3) ของสหรัฐ
แหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งเปิดเผยว่า หากความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นจีน มีแนวโน้มยืดเยื้อและรุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อลูกค้าที่มีการส่งออกไปยังจีนโดยตรงหรือเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่การผลิตรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า







