
ร่วมปราบของปลอม
ธนารักษ์รฟท.ขานรับออกกฎห้ามผู้เช่าที่ขายสินค้าละเมิดฯ
ธนารักษ์รฟท.ขานรับออกกฎห้ามผู้เช่าที่ขายสินค้าละเมิดฯ
หน่วยงานรัฐร่วมมือรัฐวิสาหกิจ สานนโยบายปราบปรามขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาในพื้นที่ให้เช่า
นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า การประชุมประสานความร่วมมือป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างหน่วยงานภาครัฐ อาทิ กรมธนารักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหา กษัตริย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งมีพื้นที่ปล่อยเช่าให้เอกชนทำการค้าจำนวนมาก
ที่ประชุมได้เห็นชอบร่วมกันที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำสัญญากับผู้ขอเช่า โดยระบุเงื่อนไขการเช่า ห้ามจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากผู้เช่ารายใดกระทำการฝ่าฝืน หรือลอบขายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เมื่อตรวจพบสามารถยกเลิกสัญญาเช่าได้ทันที
ปัจจุบันหน่วยงานที่เปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่มากที่สุด คือ กรมธนารักษ์ รองลงมา คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และ ร.ฟ.ท. ระยะต่อไปจัดทำหนังสือความร่วมมือลงนามบันทึกความตกลง (เอ็มโอยู) อย่างเป็นทางการ เพื่อให้การแก้ไขเกิดขึ้นเป็นรูปธรรม จะทำควบคู่ไปกับการปราบปรามอย่างเข้มข้น และอนาคตจะขยายความร่วมมือไปยังผู้ประกอบการเอกชน โดยเฉพาะห้างสรรพสินค้า ห้างค้าปลีกค้าส่ง เพื่อจำกัดพื้นที่ที่มีการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาให้น้อยลงอย่างต่อเนื่อง
ที่ประชุมยังได้เห็นชอบให้จัดตั้งศูนย์ประสานงานปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติ เพื่อติดตามสถานการณ์และประสานงานออกปราบปรามพื้นที่ที่จำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะช่วยให้การทำงานปราบปรามเกิดประสิทธิภาพและบูรณาการด้วยกันมากยิ่งขึ้น
โดยการประชุมประสานความร่วมมือในการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีการหารือประกอบกันหลายหน่วยงาน ได้แก่ กรมธนารักษ์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
สำหรับสถิติการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา 7 เดือน ที่ผ่านมา (ม.ค.ก.ค.) 2555 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลจับกุมทั้งสิ้น 6,342 คดี ยึดของกลาง 4.07 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 265 ล้านบาท ขณะที่กรมศุลกากร มีผลจับกุม 375 คดี ยึดของกลาง 2.32 แสนชิ้น มูลค่าความเสียหาย 77 ล้านบาท และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จับกุมได้ 37 คดี ยึดของกลาง 8.99 แสนชิ้น
อย่างไรก็ตาม การละเมิดในท้องตลาดลดลง เพราะผู้ค้าส่วนใหญ่ได้หันไปขายสินค้าละเมิดบนอินเทอร์เน็ตมากขึ้น ซึ่งกรมได้ประสานไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และดีเอสไอ ให้ดำเนินการปราบปรามอย่างต่อเนื่องแล้ว







