
ตลาดปั๊มน้ำคึก!คนแห่ซื้อ
ตลาดปั๊มน้ำกลับมาคึกคักคาดเติบโต 5% คนแห่ซื้อปั๊มน้ำเตรียมพร้อมหวั่นน้ำท่วมซ้ำ และภาคเกษตรเติบโตส่งผลให้ปั๊มน้ำมีความต้องการสูง
ตลาดปั๊มน้ำกลับมาคึกคักคาดเติบโต 5% คนแห่ซื้อปั๊มน้ำเตรียมพร้อมหวั่นน้ำท่วมซ้ำ และภาคเกษตรเติบโตส่งผลให้ปั๊มน้ำมีความต้องการสูง
นายวีระชัย เชาว์ชาญกิจ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้การซื้อขายปั๊มน้ำในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากประชาชนกลับมามีความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำท่วม จึงเริ่มที่จะหาซื้อปั๊มน้ำสำรองไว้ใช้ในยากฉุกเฉินแล้ว เพราะเกรงว่าหากรอให้เกิดเหตุการณ์ก่อนราคาปั๊มน้ำจะปรับตัวขึ้น รวมถึงหาซื้อสินค้าได้ลำบากเหมือนในปีก่อน
ประกอบกับในปีนี้ภาคการเกษตรของไทยมีการขยายตัวอย่างมาก และปั๊มน้ำก็เป็นอุปกรณ์ทางการเกษตรที่สำคัญ ทำให้ตลาดปั๊มน้ำขยายตัวตามภาคการเกษตร ส่งผลให้ภาพรวมของตลาดในปีนี้จะขยายตัวมากขึ้นจากปี 2554 ประมาณ 5% โดยในปี 2554 สถานการณ์น้ำท่วมมีความต้องการปั๊มน้ำเพิ่มขึ้นกว่า 30% ซึ่งถือเป็นสิ่งปกติ เพราะตลาดปั๊มน้ำจะเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-10% หรือมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท
“กำลังการผลิตปั๊มน้ำเฉพาะปั๊มเครื่องยนต์ไม่รวมปั๊มน้ำไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 2.5 หมื่นชุดต่อปี ซึ่งปีนี้ยืนยันว่าสินค้าเพียงพอกับความต้องการจะไม่ขาดแคลนเช่นปีที่ผ่านมาแน่นอน เพราะผู้ผลิตก็ได้เตรียมไว้เช่นเดียวกัน”นายวีระชัยกล่าว
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรปี 2555 คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยที่ 8-10% โดยมูลค่าตลาดในประเทศจะอยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท ขณะที่ตลาดส่งออกจะเติบโตเฉลี่ย 10% หรือประมาณ 8,000 ล้านบาท โดยทิศทางจะยังขยายตัวต่อเนื่องเพราะภาคการเกษตรไทยจะปรับตัวหันไปใช้เทคโนโลยีเครื่องจักรแทนแรงงานคนที่กำลังประสบภาวะขาดแคลน และยังมีค่าจ้างที่ปรับตัวสูงขึ้นจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาทต่อวัน ยิ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตร
ขณะที่ การส่งออกที่เน้นไปยังตลาดประเทศเพื่อนบ้าน มีการเติบโตเช่นเดียวกันโดยปัจจุบันการส่งออกรถไถเดินตามและอุปกรณ์ต่อพ่วงกำลังเติบโตค่อนข้างสูงโดยเฉพาะจากเวียดนาม กัมพูชา พม่า ซึ่งเดิมประเทศเหล่านี้จากที่เคยใช้แรงงานสัตว์ก็เริ่มพัฒนาหันมาใช้เครื่องจักรที่ราคาต่ำ หรือมีเทคโนโลยีไม่ได้สูงมากนักแทน ขณะที่การเกษตรของไทยจะหันไปใช้เทคโนโลยีที่สูงขึ้นโดยปรับจากรถไถเดินตามเป็นรถไถขนาดใหญ่หรือรถ
“อุตสาหกรรมเครื่องจักรกลการเกษตรของไทยเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนหรือเออีซีในปี 2558 มองว่าโอกาสส่งออกจะมีมากขึ้น ซึ่งไทยจะสามารถเป็นฐานการส่งออกที่ดีไปยังประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับตัวผู้ประกอบการเองที่จะต้องมีการปรับตัวให้พร้อมด้วย”นายวีระชัย กล่าว







