posttoday
ธารารมณ์ฮึดสู้วิกฤตแรงงาน

ธารารมณ์ฮึดสู้วิกฤตแรงงาน

17 กันยายน 2555

ธารารมณ์ ระบุตั้งแต่หัวปีต้องเจอวิกฤต 2 เด้ง ค่าจ้างคนงานขาด มั่นใจกำลังซื้อยังดี หวังยอดขายแตะ 1,500 ล้านบาท

ธารารมณ์ ระบุตั้งแต่หัวปีต้องเจอวิกฤต 2 เด้ง ค่าจ้างคนงานขาด มั่นใจกำลังซื้อยังดี หวังยอดขายแตะ 1,500 ล้านบาท

นายวสันต์ เคียงศิริ ผู้บริหารกลุ่มบริษัท ธารารมณ์ เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีบริษัทต้องเผชิญกับ 2 ปัญหาหลัก คือ ค่าจ้างแรงงานที่ปรับขึ้นเมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2555 จากนั้นต้องเผชิญกับการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างตามมา ทำให้ไม่กล้าก่อสร้างบ้านใหม่ เพราะเกรงว่าต้นทุนก่อสร้างจะขยับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนก่อสร้างถึงปัจจุบันเพิ่มขึ้น 10%จึงสูญเสียโอกาสทางการขายโครงการบ้านแนวราบย่านพระราม 2 ไปแล้วกว่า 150 ล้านบาท

“หลังจากผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่อปีก่อน ทำให้บางทำเลที่ไม่โดนน้ำท่วมอย่างเช่นพระราม 2 ได้รับความนิยมมากขึ้น แต่ก็ต้องเผชิญกับเรื่องต้นทุนก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ากำลังซื้อของผู้บริโภคยังดีอยู่ก็ตาม” นายวสันต์ กล่าว

สำหรับในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมียอดขาย 1,100 ล้านบาท จาก 8 โครงการ เป็นสัดส่วนบ้านแนวราบ 80% แนวสูง 20% คาดว่าทั้งปีจะมียอดขาย 1,500 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 25% ขณะที่ยอดรับรู้รายได้จะอยู่ที่ 1,300 ล้านบาท

ปัจจุบันบริษัทฯมียอดรอรับรู้รายได้หรือแบ็คล็อค จำนวน 470 ล้านบาท จะทะยอยรับรู้ในปีหน้า 100 ล้านบาท ที่เหลือจะทะยอยรับรู้ในปีถัดไป ขณะที่สะต็อกสินค้าพร้อมขายจาก 8 โครงการมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท ที่รองรับการขายได้ 2 ปีเศษ ส่วนอัตราหนี้สินต่อทุน หรือดีอี อยู่ที่ 0.3 เท่า

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่บริษัทจัดแคมเปญการตลาดมากที่สุด โดยในช่วง 9 เดือนแรกของปี จัดแคมเปญการตลาดรวม 12 แคมเปญ เพื่อเร่งการขาย คาดว่าทั้งปีจะใช้ 14 แคมเปญ ด้วยงบตลาดรวม 50 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้งบ 40 ล้านบาท

นายวสันต์ คาดการณ์ว่าตลาดรวมอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวต่อเนื่องในทุกเซ็กเมนต์ โดยเฉพาะตลาดบ้านระดับกลางถึงสูง ส่วนตลาดที่อยู่อาศัยสำหรับผู้ที่เริ่มมีบ้าน หรือเฟิสต์โฮม จะได้รับความนิยมจากคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้ากำลังซื้อไม่ตก ดอกเบี้ยต่ำ แม้จะมีความกังวลใจระยะสั้นเรื่องน้ำท่วมในบางทำเล

ขณะที่แผนการดำเนินงานในปี 2556 บริษัทตั้งเป้าเติบโตด้านยอดขายไม่ต่ำกว่าปีนี้ โดยมีแผนจะเปิดตัว 4 โครงการ มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังเป็นโครงการในแนวราบ โดยมี 2 โครงการใหม่ที่ชะลอการเปิดตัวจากปีนี้ไปปี 2556 เช่น โครงการบริเวณบางใหญ่ ซอยวัดลาดปลาดุก เนื้อที่กว่า 10 ไร่ เป็นต้นนายวสันต์กล่าวอีกว่า จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 จะทำให้ตลาดที่อยู่อาศัยในแนวสูงประเภทคอนโดมิเนียมได้รับความนิยมมากขึ้น อาจทำให้บริษัทฯจะต้องปรับแผนมาลงทุนในโครงการแนวสูงมากขึ้น รวมถึงมองหาการลงทุนรูปแบบการสร้างรายได้จากการเช่าเช่น เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์ และโรงแรม เพื่อสร้างรายได้ในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน