
แบบทดสอบความล้มเหลวทางการเงิน
เรามักจะถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เมื่อไหร่เราจะรวยเหมือนคนอื่น” แต่กลับไม่เคยคิดพลิกมุมว่า “ทำอย่างไรถึงจะไม่จนเหมือนวันนี้” ผมว่าคำถามหลังนี่สำคัญกว่าคำถามแรก
เรามักจะถามตัวเองอยู่เสมอว่า “เมื่อไหร่เราจะรวยเหมือนคนอื่น” แต่กลับไม่เคยคิดพลิกมุมว่า “ทำอย่างไรถึงจะไม่จนเหมือนวันนี้” ผมว่าคำถามหลังนี่สำคัญกว่าคำถามแรก
วันนี้ผมได้ออกแบบคำถามขึ้นมา 5 ข้อ เพื่อให้คุณประเมินตัวเอง
1.หากในกระเป๋าเงินของคุณพกเงินไป 2,000 บาท คุณจะสามารถดำรงชีพอยู่ในเมืองหลวงได้กี่วัน
2.การชำระหนี้บัตรเครดิตชอบชำระแบบใด
3.คุณมีนิสัยชอบกดเงินสดมาโปะหนี้บัตรเครดิตบ่อยเพียงใด
4.เมื่อฐานะทางการเงินคุณดีขึ้นด้วยเหตุผลใดก็ตาม รายจ่ายคุณมากขึ้นเป็นเงาตัวขนาดไหน
5.คุณสามารถเจียดรายได้มาออมได้ 15-20% ต่อเดือนหรือเปล่า
คำตอบของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน ฉะนั้นขอให้เก็บคำตอบเอาไว้ในใจ สำหรับข้อแรกเป็นคำถามที่จะดูว่าคุณสามารถผ่านด่านค่าครองชีพอันแสนแพงได้หรือไม่ ซึ่งแน่นอนถ้าคุณสามารถดำรงชีพในเมืองด้วยเงิน 2,000 บาท ได้ถึง 7 วัน โดยไม่หยิบยืมเงินจากที่อื่น และสามารถสร้างอุปนิสัยการใช้เงินแบบนี้ได้ตลอด 2-3 ปี มั่นใจเลยว่าความยากจนจะไม่มีทางมาเยือนอย่างแน่นอน เพราะคุณกำลังก้าวไปสู่หนทางเศรษฐกิจพอเพียง และมีความสุขเนื่องจากปราศจากหนี้สิน
สำหรับคำถามที่ 2 ถูกสร้างขึ้นมาเผื่อว่าคุณไม่สามารถชนะใจตนเองจนนำไปสู่พฤติกรรม “รูดปรื๊ด” หรือ “ช็อปกระจาย” เนื่องจากคนกลุ่มนี้เวลาซื้อสินค้าไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง เห็นโปรโมชันต้องปรี่เข้าไปหาโดยไม่ดูว่าสินค้าที่ซื้อมานั้นจำเป็นที่ต้องใช้หรือไม่
ด้วยเหตุนี้ทำให้คนกลุ่มนี้ “จัดหนัก” ในการช็อป แต่จ่ายเงินแบบ “ชิล ชิล” เพราะจะเลือกชำระหนี้ขั้นต่ำ แต่อย่าลืมนะว่าการชำระขั้นต่ำนั้นคิดดอกเบี้ยกับเงินต้นเอาไว้เสร็จสรรพเรียบร้อย นี่คือกับดักทางการเงินที่คุณอย่ามองข้ามเด็ดขาด เพราะยิ่งคุณเลือกการชำระหนี้ขั้นต่ำ สมองของคุณก็จะสั่งการเพิ่มอีกว่า ถ้าเช่นนั้นก็ควรมีบัตรเครดิตอีกหลายใบเพื่อมาใช้ “รูดปรื๊ด” แล้วค่อยชำระหนี้ขั้นต่ำ แต่ลืมคิดไปว่าต่อให้คุณชำระหนี้ขั้นต่ำใบละประมาณ 1,000 บาท ถ้ามี 5 ใบ รับประกันได้เลยว่าชีวิตของคุณเริ่มอยู่ในความเสี่ยงต่อสถานภาพทางการเงิน
ส่วนคำถามที่ 3 ก็เพื่อต้องการจะดูว่าคุณกำลังตกอยู่ในวงจรของการเป็นหนี้ตลอดชีวิตหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ต่อจากคำถามที่ 2 ในเรื่องรูปแบบการชำระหนี้บัตรเครดิต เพราะเมื่อคุณมีหลายใบและใช้จ่ายแบบจัดหนัก จัดเต็ม คุณก็จะกลายเป็นคนชักหน้าไม่ถึงหลัง เนื่องจากถึงที่สุดก็จะต้องกู้เงินจากที่โน่นมาโปะที่นี่ กดเงินสดจากบัตรเงินสดมาชำระหนี้ให้บัตรเครดิต ยืมเงินเพื่อนมาใช้หนี้บัตรกดเงินสด หากคุณมีชีวิตอยู่ในวงเวียนนี้ ผมกล้ายืนยันว่าชีวิตของคุณจะกลายเป็นคนที่หาความสุขสงบไม่ได้เลย เนื่องจากต้องวิ่งวุ่นหาเงินมาโปะเพื่อชำระหนี้ คุณจะมีชีวิตอยู่ไปแบบวันๆ โดยปราศจากวันมะรืน เพราะว่าคุณต้องวุ่นวายกับการหาเงินมาชำระหนี้ก้อนใหญ่
คำถามที่ 4 นับเป็นประเด็นเด็ด เนื่องจากคนส่วนใหญ่เมื่อรายได้มากขึ้น รายจ่ายก็จะพุ่งมากขึ้นเป็นเงาตามตัวอย่างเลี่ยงไม่ได้ จากเดิมที่เคยขับรถยนต์เก่าๆ ก็หันมาใช้รถยนต์ที่สมกับฐานะหน้าตาทางสังคมโดยไม่ดูฐานะทางการเงิน จากเดิมที่ไปช็อปในห้างสัปดาห์ละครั้งก็เพิ่มรอบ ฉะนั้นคำถามนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมการใช้เงิน และชี้ให้เห็นว่า “คนที่ล้มเหลวทางการเงินไม่ใช่คนที่มีรายได้น้อย แต่เป็นคนที่มีรายจ่ายมากเกินรายรับ”
สุดท้ายคือเรื่องเงินออม ซึ่งเป็นคำถามที่เปรียบเสมือนบทสรุปของพนักงานเงินเดือนในเมืองหลวงก็ว่าได้ เพราะสิ่งนี้คือตัวชี้ขาดชัยชนะทางการเงิน เพราะหากคุณสามารถออมได้มาก ก็สามารถนำเงินออมเหล่านั้นไปสร้างผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่การฝากธนาคาร ซื้อประกันชีวิต ซื้อกองทุน ฯลฯ เพื่อสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
สำหรับผู้สนใจต้องการที่ปรึกษาทางการเงิน สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายธนบดีธนกิจ ธนาคารเกียรตินาคิน โทร. 02-680-3333







