
โยนแอร์พอร์ตลิงค์ให้คลังถือหุ้นใหญ่
แปลงหนี้เป็นทุนให้บริหารเต็มหลังจนด้วยเกล้าไร้สภาพคล่อง
แปลงหนี้เป็นทุนให้บริหารเต็มหลังจนด้วยเกล้าไร้สภาพคล่อง
กนร.ยกฐานะรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจโดยมีคลังถือหุ้นใหญ่ เพื่อให้การจัดการคล่องตัว
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกำกับนโยบายด้านรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน มีมติเห็นชอบให้ยกฐานะบริษัท รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ ขึ้นเป็นรัฐวิสาหกิจ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัว
นายชัชชาติ กล่าวว่า หลังจากนี้ไปกระทรวงการคลังจะเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ โดยการแปลงหนี้เป็นทุน จากปัจจุบันที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ถือหุ้น 100% ส่งผลให้บริษัทแห่งนี้เป็นรัฐวิสาหกิจในระนาบเดียวกับ ร.ฟ.ท. และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) โดยกระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติใน 6 เดือน
นายชัชชาติ ระบุว่า ปัจจุบันการบริหารงานของรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ในฐานะที่เป็นบริษัทลูกของ ร.ฟ.ท. ทำให้การจัดการเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ไม่คล่องตัว เช่น รายได้ที่บริษัทได้รับจะถูกส่งต่อให้ ร.ฟ.ท.ก่อน และเมื่อจะจัดซื้อรถหรืออะไหล่ต่างๆ ต้องเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ ร.ฟ.ท. ขณะที่ ร.ฟ.ท.ก็มีหนี้สินสะสมอยู่มาก ทำให้มีปัญหาในการจัดสรรเงินให้บริษัท
นอกจากนี้ นายกิตติรัตน์ และ กนร.มีมติอนุมัติให้บริษัท รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ กู้เงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนและเงินเดือนพนักงาน 400 ล้านบาท จากมติ ครม.ในปี 2554 ที่อนุมัติให้บริษัทกู้เงินเพิ่มทุน 1,860 ล้านบาท โดยฐานะการเงินของบริษัทขณะนี้พบว่าเงินทุนหมุนเวียนแทบไม่มีอยู่แล้ว
ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สิน 3 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 1.8 หมื่นล้านบาท ลงทุนซื้อรถไฟฟ้า 7,000 ล้านบาท และระบบอาณัติสัญญาณ 5,000 ล้านบาท และในอนาคตต้องกู้เงินอีก 7,000 ล้านบาท เพื่อซื้อรถไฟฟ้า 7 ขบวน 5,200 ล้านบาท และกู้เงินเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนอีก 1,800 ล้านบาท
ดังนั้น การยกฐานะให้บริษัทมีความคล่องตัวในการบริหารงานมากขึ้น มีระบบการจัดการที่ดี ก็จะลดภาระการขาดทุน ลดภาระหนี้ลงได้
นายชัชชาติ กล่าวว่า การให้บริษัทบริหารรถไฟฟ้าสายแอร์พอร์ตลิงค์ ยังทำให้รัฐบาลมีข้อมูลต้นทุนการบริหารจัดการเดินรถไฟฟ้า ซึ่งในอนาคตไทยจะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีก 78 สาย ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในกรณีที่รัฐบาลจะว่าจ้างเอกชนมาบริหารการเดินรถไฟฟ้า และเป็นกลไกสำคัญที่นำไปสู่นโยบายค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ด้าน พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.คมนาคม กล่าวว่า ที่ผ่านมาการ บริหารงานบริษัทไม่คล่องตัว หากจะกู้เงินก็ต้องให้ ร.ฟ.ท.กู้ให้ จากนั้นก็ให้บริษัทกู้ต่อ ซึ่งเสียเวลา และในอนาคตหากบริษัทมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพอาจจะให้จัดการ บริหารรถไฟฟ้าความเร็วสูง 4 แสนล้านบาทด้วย







