
‘บีแลนด์’ซุกสตอรีอื้อ
สำรองก้อนโตคดีหุ้นกู้หมดอายุเก็งแจกเงินปันผลระหว่างกาล
สำรองก้อนโตคดีหุ้นกู้หมดอายุเก็งแจกเงินปันผลระหว่างกาล
เคาะสนั่นหุ้น BLAND คาดนำเงินสำรอง 8,000 ล้านบาท ในคดีหุ้นกู้หมดอายุความ คืนหนี้บางส่วน ที่เหลือปันผลพิเศษ จ่อตัดขายที่ดิน
ราคาหุ้นบริษัท บางกอกแลนด์ (BLAND) ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางมูลค่าซื้อขายที่หนาแน่น จากระดับราคา 0.92 บาท (30 ส.ค.) มาปิดวันที่ 7 ก.ย. ที่ราคา 1.21 บาท โดยเพิ่มขึ้น 0.29 บาท หรือ 31.52% มูลค่าซื้อขายวันที่ 7 ก.ย. ติดอันดับ 1 ของมูลค่าซื้อขายสูงสุด 1,667.20 ล้านบาท
จากข้อมูลการซื้อขายหุ้นของผู้บริหารบางกอกแลนด์ พบว่า นายอนันต์ กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการบริหารและผู้ถือหุ้นใหญ่ ซื้อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ชุดที่ 2 และ 3 (BLANDW 2, BLAND–W 3 ) เก็บอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2555 (4 ม.ค.) เป็นการซื้อขาเดียวคราวละมากๆ ตั้งแต่ราคา 0.73 บาท และล่าสุด 5 ก.ย. ราคา 0.97 บาท รวมหุ้น BLAND ที่ซื้อเก็บถึงวันที่ 5 ก.ย. 939.622 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 0.7346 บาท
แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่การตลาด (มาร์เก็ตติง) กล่าวว่า นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหุ้นบางกอกแลนด์ ที่คาดว่าจะมีเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานปี 2555 นี้ ซึ่งเป็นเพียงการคาดการณ์ที่นำมาเล่นเก็งกำไรเท่านั้น
ขณะที่ผลประกอบการบีแลนด์เอื้อต่อการเก็งกำไร เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีผลดำเนินการดีมีกำไร ไตรมาสแรก (สิ้นสุด 30 มิ.ย.) กำไรสุทธิ 282 ล้านบาท พุ่งขึ้นกว่า 500% เทียบกับกำไรสุทธิเพียง 46 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน
“นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรหุ้นตัวนี้เพราะได้สตอรีเงินปันผลระหว่างกาล ที่คาดว่าจะแจกใกล้เคียงกับที่จ่ายไปแล้ว 0.02 บาท” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวจากบริษัท บางกอกแลนด์ เปิดเผยว่า ในอดีตบริษัทมีปัญหาขาดทุนสะสม 5,000-6,000 ล้านบาท ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลผู้ถือหุ้นได้ ขณะเดียวกันไม่มีโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ใหม่ๆ เกิดขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดีและนายอนันต์มีนโยบายบริหารงานอย่างระมัดระวัง ไม่มีนโยบายใช้เงินกู้จากสถาบันการเงิน ซึ่งเงินที่ได้จากการบริหารจะนำไปชำระหนี้และเป็นเงินทุนหมุนเวียน
“ผลจากการที่ใช้เงินสดบริหารงานนำไปทยอยคืนเงินกู้สถาบันการเงินและล้างขาดทุนสะสม ทำให้มีต้นทุนต่ำ ไม่มีภาระหนี้สิน มีแต่สินทรัพย์ที่มีโอกาสทำกำไร ฐานะบริษัทดีขึ้นมาก” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ดีมาก ปริมาณที่มีอยู่ในตลาดล้นเกินความต้องการ บริษัทจึงไม่ได้ทำโครงการใหญ่ๆ แต่มุ่งการพัฒนาเมืองทองธานี อิมแพ็ค อารีน่า เป็นตัวสร้างรายได้ ซึ่งทั้งสองเป็นโครงการที่มีศักยภาพดี ท่ามกลางศูนย์กลางราชการและรถไฟฟ้า
นอกจากนี้ หากมีโครงการขนาดใหญ่ต้องพัฒนา ก็จะขายสินทรัพย์ที่มีอยู่ ปัจจุบันมีที่ดินที่ถนนศรีนครินทร์จำนวนมาก มูลค่าหลายพันล้านบาท ขณะนี้มีผู้สนใจบริษัทอาจจะตัดสินใจขายบางส่วน เพื่อนำมาพัฒนาเมืองทองธานี และนายอนันต์ ซึ่งถือหุ้นอิมแพ็คประมาณ 50% จะนำเงินมาซื้อหุ้นอิมแพ็คเพิ่มด้วย
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างพิจารณานำเงินที่สำรองไว้ 8,000 ล้านบาท กรณีหุ้นกู้ที่หมดอายุความและไม่มีการฟ้องร้อง นำไปชำระหนี้บางส่วนและจ่ายปันผลระหว่างกาล หลังจากจบไตรมาส 3 หรือไปจ่ายต้นปี 2556







