
‘โมเดอร์นฟอร์ม’เหล่หาคู่
มองพันธมิตรต่างชาติรับเออีซีต้องเตรียมตัวก่อนตลาดเดือด
มองพันธมิตรต่างชาติรับเออีซีต้องเตรียมตัวก่อนตลาดเดือด
โมเดอร์นฟอร์ม ดอดเจรจาพันธมิตรเฟอร์นิเจอร์ทั่วอาเซียน รับเปิดเออีซีปี 2558 พร้อมปรับระบบขนส่งรับบิ๊กอสังหาฯ ลุยภูธร
นายทักษะ บุษยโภคะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โมเดอร์นฟอร์ม กรุ๊ป เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตรในแวดวงเฟอร์นิเจอร์ในหลายประเทศแถบภูมิภาคอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย พม่า เป็นต้น รองรับการเปิดเสรีประชาคมอาเซียน หรือเออีซีในปี 2558 โดยรูปแบบความร่วมมือขึ้นอยู่กับข้อตกลงของทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้ บริษัทได้เปิดกว้างการร่วมทุนทั้งแบบตั้งโรงงานผลิตในต่างประเทศแล้วส่งกลับมาขายในไทย หรือแบบนำเข้าสินค้ามาขายในไทย หรือแบบหาผู้ร่วมค้าส่งเฟอร์นิเจอร์ไทยไปขายในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่เน้นการทำงานร่วมกัน โดยประเมินว่าผู้ประกอบการไทยต้องเร่งปรับตัว เพราะหากไม่เริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้จะไม่สามารถรับมือได้ทัน เพราะมั่นใจว่าจะมีผู้ประกอบการเฟอร์นิเจอร์แถบอาเซียนเข้ามาทำตลาดมากขึ้น และทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้น
“ถ้าเราเปลี่ยนคู่แข่งมาเป็นพันธมิตรได้ จะทำให้เรายังอยู่ในตลาดได้ และยังมีโอกาสขยายอาณาจักรไปยังประเทศของเขาด้วย” นายทักษะ กล่าว
ขณะที่ตลาดในประเทศ โมเดอร์นฟอร์มต้องปรับตัวรองรับการขยายตลาดที่อยู่อาศัยในต่างจังหวัดของผู้ประกอบการอสังหาฯ ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการวางแผนขนส่งสินค้า การควบคุมต้นทุนขนส่ง ซึ่งปัจจุบันใช้วิธีจ้างบริษัทขนส่งชั้นนำเข้ามารับผิดชอบ โดยตลาดที่มีแนวโน้มดีที่สุดคือ แถบตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสาน เช่น จ.ขอนแก่น อุดรธานี นครราชสีมา ซึ่งคาดว่าเป็นผลจากการค้าชายแดนเติบโต ทำให้ความต้องการบ้านใกล้พื้นที่การค้าระหว่างไทยกับเพื่อนบ้านเติบโตตามไปด้วย
นอกจากนี้ โมเดอร์นฟอร์มจะขยายสินค้าในกลุ่มพื้นมากขึ้น โดยเตรียมนำเข้าพื้นไวนิลเข้ามาทำตลาด แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก กลุ่มแรกเป็นระดับไฮเอนด์ นำเข้าจากสวิตเซอร์แลนด์ และกลุ่มสองเป็นระดับกลางล่าง นำเข้าจากจีน ซึ่งคาดว่าจะสนับสนุนโมเดอร์นฟอร์มมีภาพลักษณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านพื้นมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ได้นำเข้าพื้นพรม พื้นหิน พื้นไม้แปรรูปเข้ามาทำตลาดได้ระยะหนึ่งแล้ว ส่วนกลุ่มฮาร์ดแวร์ เช่น อุปกรณ์เกี่ยวกับประตู มียอดขายที่ดีขึ้นมาก คาดว่าจะขยายไปสู่การทำตลาดหน้าต่างด้วย
สำหรับภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์เพื่อที่อยู่อาศัยในช่วง 8 เดือนแรกไม่หวือหวามากนัก โดยเติบโตประมาณ 10% ขณะที่เฟอร์นิเจอร์เพื่อสำนักงานเติบโตสูงถึง 20-25% คาดว่าเป็นผลจากการที่นักลงทุนมั่นใจในเศรษฐกิจไทยมากขึ้น จึงกล้าลงทุนเพิ่มเติม อีกทั้ง ปัจจัยเรื่องเออีซี ยังทำให้ไทยมีความน่าสนใจเข้ามาลงทุน และเป็นฐานการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
ทางด้านรายได้ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าไว้ 3,500 ล้านบาท เติบโต 15% จากปีที่ผ่านมา ซึ่ง 8 เดือนแรกสามารถทำได้ตามเป้าหมายและคาดว่าในช่วง 4 เดือนสุดท้ายจะเติบโตต่อเนื่อง โดยในรายได้ดังกล่าวแบ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ 80% และสินค้าตกแต่ง พื้นต่างๆ 20%







