
ตัดงบไทยเข้มแข็งศึกษาสธ.โดนแน่
โพสต์ทูเดย์
— “ไตรรงค์” สั่งรีดงบไทยเข้มแข็ง จี้ศึกษาสธ. เร่งเบิกก่อนถูกตัดนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณและงบโครงการไทยเข้มแข็ง 2555 เปิดเผยว่า แม้ยอดเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2553 จะสูงกว่าปีก่อน แต่ส่วนใหญ่เป็นการเบิกใช้ในโครงการผูกพันข้ามปี ไม่ได้เบิกจ่ายใช้ในโครงการใหม่ จึงได้กำชับเร่งเบิกจ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้เร่งการเบิกจ่ายการประมูลงานในโครงการไทยเข้มแข็ง เพราะเงินลงทุนแรก 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งจัดสรรแล้ว 1.6 แสนล้านบาท เบิกจ่ายไปแค่ 4.7 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 28% ซึ่งถือว่าต่ำมาก
สำหรับวงเงินก้อนที่สอง 1.49 แสนล้านบาท จัดสรรไปแล้ว 8.7 หมื่นล้านบาท เบิกจ่ายได้ 4.58 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 52.70%
นายไตรรงค์ กล่าวว่า วงเงินที่เหลืออยู่อีก 8 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องยื่นขอรับการจัดสรรภายในวันที่ 31 มี.ค.นี้ หากพ้นกำหนดดังกล่าวก็จะยกเลิก และให้เสนอโครงการใหม่ที่มีความพร้อมเข้ามา เพราะการใช้เม็ดเงินจากพระราชกำหนดกู้เงิน 4 แสนล้านบาท กำหนดให้กู้ให้หมดภายใน 31 ธ.ค. 2553
“
ถ้าจะให้เศรษฐกิจฟื้นตัวต้องใช้เงินให้หมด ภาครัฐยังต้องรักษาบทบาทในด้านการลงทุนแทนภาคเอกชน อย่ามาพูดถึงการลดการกระตุ้นของรัฐบ้าบอคอแตก รัฐจำเป็นต้องลงทุนต่อ” นายไตรรงค์ กล่าวขณะที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานนั้นได้เสนอโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำทั่วประเทศ 4,7965,000 ล้านบาทมาแล้ว
นายไตรรงค์ กล่าวว่า จะนำเรื่องเสนอจัดสรรงบล่าช้าของทั้งสองหน่วยงานไปรายงานให้ ครม.รับทราบ เพื่อหาทางแก้ไขเร่งรัดให้ทันเวลา
สำหรับกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีปัญหาในเรื่องของราคากลางในการจัดซื้อครุภัณฑ์ที่แต่ละพื้นที่ไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังมีปัญหาในส่วนของกรมอาชีวศึกษา ที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบครุภัณฑ์ 30 กลุ่ม ที่ราคาแตกต่างกันมาก







