posttoday
เงินนอกทะลักมี.ค.ซื้อ3หมื่นล้าน

เงินนอกทะลักมี.ค.ซื้อ3หมื่นล้าน

20 มีนาคม 2553

‘หุ้นไทย’เป้าหมายของต่างชาติ/สัปดาห์หน้าไปต่อหากแดงไม่แรง/หนีจีนคุมศก.

โพสต์ทูเดย์ — หุ้นบวกต่ออีก 15 จุด ต่างชาติลุยไฟ เดือน มี.ค. ซื้อแล้ว 3 หมื่นล้าน สัปดาห์หน้าฉลุยอีกหากการเมืองไม่แรงหนีจีนคุมเศรษฐกิจ

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 19 มี.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรง หลังกลุ่มคนเสื้อแดงยกเลิกการเดินทางมาฟังคำตอบว่าเหตุใดต่างชาติและตลาดหุ้นยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งที่เสื้อแดงยังชุมนุมกันอยู่ ส่งผลให้ดัชนีขึ้นไปปิดระดับ 774.59 จุด เพิ่มขึ้น 15.57 จุด หรือ 2.05% ด้วยมูลค่าการซื้อขายกว่า 33,989 ล้านบาท

นักลงทุนต่างชาติยังซื้อหนักกว่า 2,742 ล้านบาท และนับตั้งแต่วันที่ 219 มี.ค. ต่างชาติซื้อสุทธิรวม 30,552 ล้านบาท สถาบันซื้อ 77 ล้านบาท พอร์ต บล.ซื้อ 158 ล้านบาท และรายย่อยขาย 2,978 ล้านบาท

นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทยมีโอกาสที่จะขยับเพิ่มขึ้นต่อได้จากสัปดาห์นี้ หากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ในวันที่ 20 มี.ค. 2553 ไม่เกิดเหตุการณ์รุนแรง เพราะที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติยังเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นในภูมิภาคเอเชีย รวมถึงตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง หลังมองว่าเศรษฐกิจในฝั่งเอเชียค่อนข้างที่จะฟื้นตัวชัดเจน

ทั้งนี้ หากพิจารณาจากในช่วงที่ต่างชาติเทขายหุ้นในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน พบว่าแรงซื้อกลับมาในปัจจุบันใกล้กับเม็ดเงินที่ต่างชาติได้เทขายออกไปแล้ว โดยกลับมาเป็นยอดซื้อสุทธิติดต่อกันหลายสัปดาห์ ซึ่งกลับมาเป็นสถานะเดิมก่อนที่จะเทขายหุ้นออกไป

“การชุมนุมตั้งแต่ในช่วงที่ผ่านมาถึงปัจจุบันมีความรุนแรงน้อยกว่าที่ได้กังวลเอาไว้ค่อนข้างมาก ดังนั้นผู้ลงทุนส่วนใหญ่ลดความกังวลลงจากก่อนหน้านี้ในช่วง 3 สัปดาห์ก่อนการชุมนุม ส่วนต่างชาติเองก็ยังซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องจับตาวันต่อวัน ดูว่าทิศทางของต่างชาติเป็นเช่นไร เพราะปัจจุบันซื้อกลับเข้ามาเท่ากับที่ขายไปก่อนหน้านี้แล้ว และหากเป็นการเข้าซื้อต่อเนื่องอีก ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นปัจจัยบวกหนุนต่อ” นายสมบัติ กล่าว

นักวิเคราะห์จาก บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยยังเป็นเป้าหมายของเงินทุนต่างชาติที่จะไหลเข้ามา เพราะนักลงทุนมีความกังวลเรื่องประเทศจีนคุมเข้มนโยบายการเงิน ซึ่งผลของความกังวลทำให้ตลาดหุ้นไทยโดดเด่นกว่าตลาดหุ้นจีนและตลาดหุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับจีน เช่น ฮ่องกงและไต้หวัน และหากดูการไหลเข้าของเงินต่างชาติรอบนี้ก็จะเห็นว่าให้ความสำคัญกับกลุ่มประเทศ TIPS ซึ่งประกอบด้วย ไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ เพราะสภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในชัดเจนกว่าประเทศแถบอื่นๆ

สำหรับค่าเงินก็จะเห็นว่าแข็งค่าขึ้นในทิศทางเดียวกันและแนวโน้มยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของเศรษฐกิจที่คาดว่าจะโตในระดับ 45% ในปีนี้

ขณะที่อัตราดอกเบี้ยมีโอกาสสูงที่จะเห็นการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในช่วงเดือน เม.ย.นี้ ส่วนการเมืองที่ความเสี่ยงจะเกิดความรุนแรงน้อยลงก็ยิ่งจะทำให้ตลาดหุ้นไทยอยู่ในความสนใจของนักลงทุน

ข่าวล่าสุด

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?

Data Center ไม่ใช่แค่ตัวกินไฟ! ลดโหลดช่วงพีก ทางรอดกริดประหยัดแสนล้าน?