
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับประกันสุขภาพ(ตอนที่2)
หลังจากตอนที่ 1 ฉบับที่แล้ว ผู้เขียนได้เล่ามูลเหตุจูงใจให้ผู้อ่านฟัง ว่า ทำไมผู้เขียนจึงสนใจเรื่องประกันสุขภาพและสัญญาไว้ว่าจะเล่ารายละเอียด
โดย...ธีรพันธุ์ จิตตาลาน
กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ฟินันซ่า
หลังจากตอนที่ 1 ฉบับที่แล้ว ผู้เขียนได้เล่ามูลเหตุจูงใจให้ผู้อ่านฟัง ว่า ทำไมผู้เขียนจึงสนใจเรื่องประกันสุขภาพและสัญญาไว้ว่าจะเล่ารายละเอียดการจัดตั้งกองทุนการออมประเภทผูกกับการรักษาพยาบาลให้ฟังในตอนที่ 2 ซึ่งผู้เขียนขอตั้งชื่อบทความตอนที่ 2 ว่า “การสร้างอิสระทางการเงินหลังวัยเกษียณ”
คืออย่างนี้ครับสมมติว่า ตอนวัยเกษียณคุณต้องใช้จ่ายในเรื่องการรักษาพยาบาลเป็นเงิน 23 ล้านบาท เมื่อคิดดังนี้คุณก็ต้องเก็บเงินก้อนนี้ไว้โดยไม่กล้าใช้ใช่ไหมครับ แต่ถ้ามีคนมาเสนอว่า คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว เพราะคุณสามารถนำเงินดังกล่าวมาลงทุนและนำดอกเบี้ยที่ได้ไปซื้อกรมธรรม์ประกันสุขภาพไว้ทุกปี หากคุณต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลและต้องใช้เงินก้อนใหญ่ ก็สามารถเบิกจากประกันนี้ได้โดยเงินต้นของคุณยังคงอยู่ เมื่อคุณเป็นอะไรไปเงินต้นก็ยังอยู่และสามารถมอบเป็นมรดกให้แก่ลูก หลานจะดีกว่าไหมครับ นี่คือที่มาที่ไปของกองทุนที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนฟินันซ่า เตรียมที่จะออกเพื่อขายให้กับผู้ที่สนใจในวิธีการสร้างอิสระทางการเงิน
ยกตัวอย่าง มีคน 4 คน ที่อยากได้วงเงินคุ้มครองเรื่องการรักษาพยาบาล
คนแรก ต้องการ 1 ล้านบาท คนที่ 2 ต้องการ 3 ล้านบาท คนที่ 3 ต้องการ 5 ล้านบาท คนที่ 4 กลัวมากต้องการ 20 ล้านบาท ก็มาติดต่อ บลจ.ฟินันซ่า ซึ่งทาง บลจ.ฟินันซ่า จะให้กรอกแบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาสุขภาพขั้นพื้นฐาน เช่นว่า คุณเคยเป็นโรคร้ายแรงหรือเคยเข้ารับการรักษาพยาบาลมาก่อนหรือไม่ ถ้าเคยเป็นบริษัทประกันอาจจะรับประกันอย่างมีเงื่อนไข เช่น หากคุณเคยมีปัญหาเกี่ยวกับไต บริษัทประกันก็จะยกเว้นไม่รับประกันโรคที่เกี่ยวกับไต แต่โรคอื่นรับหมด เป็นต้น ถ้าผ่านเรื่องนี้ บลจ.ฟินันซ่า ก็จะนำเงินมาลงทุนและผู้ลงทุนจะได้ดอกเบี้ยไปซื้อกรมธรรม์ทุกๆ ปี
โดยจำนวนเงินลงทุนที่ผู้ถือหน่วยต้องจัดเตรียมนั้น ก็จะมากน้อยต่างกันไปตามวงเงินคุ้มครองที่ท่านเลือก ยกตัวอย่างเช่น สำหรับวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทต่อโรคต่อครั้ง อาจจะใช้เงินลงทุนราวๆ 58 แสนบาท ขึ้นกับอายุของผู้ลงทุน แต่สำหรับวงเงินคุ้มครอง 5 ล้านบาทต่อโรคต่อครั้ง เงินลงทุนก็จะต้องสูงกว่าเพื่อให้เพียงพอต่อการหาดอกเบี้ยไปซื้อกรมธรรม์ อาจอยู่ราวๆ ราคา 23 ล้านบาท เป็นต้น
มาถึงตอนนี้อาจมีผู้ลงทุนตั้งข้อสังเกตว่า แล้วมันจะต่างอะไรกับที่ผู้ลงทุนไปลงทุนด้วยตนเองและไปซื้อประกันสุขภาพเอง ผู้เขียนจึงขอเรียนว่าโครงสร้างกองทุนที่ บลจ.ฟินันซ่า ออกแบบนั้น จะให้ประโยชน์แก่ผู้ลงทุนทั้งทางด้านราคาค่าเบี้ยประกัน ซึ่งเป็นราคาที่ได้ส่วนลดกลุ่มทำให้ค่าเบี้ยต่ำกว่าที่ไปซื้อเอง เงื่อนไขการรับประกันทั้งในด้านการพิจารณาประวัติสุขภาพเพื่ออนุมัติการรับประกันและการรับประกันการต่ออายุกรมธรรม์ตลอดชีพ ตลอดจนการที่มีผู้เชี่ยวชาญมาช่วยท่านวางแผนและจัดการเงินลงทุนเพื่อหาดอกผลไปซื้อกรมธรรม์ อย่าลืมว่าค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่จะจ่ายในแต่ละปีนั้นไม่ได้คงที่ แต่จะมีการเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาลและปัจจัยด้านการเรียกร้องสินไหมทดแทนที่เกิดขึ้นจริง จึงไม่ใช่เรื่องง่ายนักที่จะวางแผนได้อย่างรัดกุม และผู้เชี่ยวชาญควรเข้ามามีบทบาทในการสร้างอิสระทางการเงินหลังวัยเกษียณให้ท่านได้อย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม อาจมีบางท่านสงสัยว่าอันที่จริงคนส่วนใหญ่ต่างก็มีสวัสดิการด้านค่ารักษาพยาบาลที่ได้จากบริษัทอยู่แล้ว จำเป็นหรือไม่ที่ต้องซื้อประกันสุขภาพเพิ่มเติม แต่ท่านอาจลืมไปว่าภายหลังจากท่านเกษียณอายุแล้วสวัสดิการเหล่านั้นก็หมดไปเช่นกัน ทั้งๆ ที่วัยหลังเกษียณเป็นวัยที่มีความเสี่ยงด้านสุขภาพและความเสี่ยงด้านภาระค่ารักษาพยาบาลสูง หากจะไปเริ่มซื้อประกันสุขภาพตอนสูงวัย หรือเมื่อมีภาวะเจ็บป่วยเกิดขึ้นแล้ว เงื่อนไขการรับประกันก็อาจมีการยกเว้นโรคหลายโรค หรือถึงขั้นไม่รับประกันเลย ดังนั้น การเริ่มซื้อประกันสุขภาพอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อายุน้อยหรือยังไม่มีภาวะเจ็บป่วย จะทำให้ท่านได้รับประโยชน์จากเงื่อนไขการรับประกันอย่างเต็มที่ กล่าวมาถึงประเด็นนี้ เป็นไปได้ว่าโครงสร้างกองทุนยังอาจสามารถครอบคลุมถึงผู้ลงทุนที่เป็นองค์กรต่างๆ ที่จัดหาสวัสดิการประกันสุขภาพกลุ่มให้กับพนักงานได้ด้วย โดยเสริมประโยชน์ในด้านการให้พนักงานที่เกษียณอายุสามารถซื้อประกันต่อกับบริษัทประกันเดิมได้ โดยมีความต่อเนื่องของประวัติสุขภาพ ซึ่งบริษัทประกันไม่ต้องพิจารณาเงื่อนไขการรับประกันใหม่
ดีไหมครับ อยากได้ไหมครับ เห็นไหมครับ เราจะลดความเสี่ยงและแก้ปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้โดยใช้เงินไม่มากนัก นี่ไงครับอิสรเสรีทางการเงินของชีวิตเรา ซึ่งไม่ต้องไปวัดดวงกับการรักษาตามสวัสดิการต่างๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะได้ยาที่ดีพอและได้รับการดูแลที่ดีหรือไม่
ก่อนจบผู้เขียนขอเกริ่นว่ายังอยากที่จะเขียนบทความเรื่อง ตอนเกษียณทุกคนอยากได้เงินรายเดือน เหมือนระบบบำนาญของราชการ เพื่อไว้ใช้ดำรงชีพ เสียค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า จะทำอย่างไรดีครับ







