
ไฟแนนซ์ทูเดย์
พิษพูดไม่จริงสีเทาทำให้เก้าอี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง สั่นคลอนอย่างหนัก ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีก็อาจช่วยรั้งไม่อยู่
พิษพูดไม่จริงสีเทาทำให้เก้าอี้ กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง สั่นคลอนอย่างหนัก ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีก็อาจช่วยรั้งไม่อยู่
จนลือกันทั่วกระทรวงว่า ขุนคลังคนต่อไปจะเป็นรัฐมนตรีหญิงคนแรก โดยหญิงเก่งคนนี้เป็นคนที่นายใหญ่หนุนให้ไปนั่งเก้าอี้ธนาคารกรุงไทย แต่สถานการณ์เปลี่ยนไป ทำให้ต้องเปลี่ยนแผนให้มานั่งขุนคลังหญิงคนแรกของไทย จริงเท็จแค่ไหนต้องติดตาม
...ผลกระทบของพิษพูดไม่จริงสีเทา สะเทือนวงการเศรษฐกิจอย่างหนัก โดยเฉพาะหน่วยงานของรัฐกลัวจนตัวสั่น ไม่กล้าตั้งตัวเลขสูงเกินจริงเพราะกลัวถูกจับได้ เห็นได้ชัดได้จากกระทรวงการคลังลดประมาณการตัวเลขการส่งออกจาก 12.8% เหลือ 5-6% แม้แต่กระทรวงพาณิชย์ที่ยืนค้างอยู่ยอดดอย 15% ก็เสียงอ่อยจนแหบว่าน่าจะได้แค่ 5-6% เอาตัวรอดปล่อยทิ้งให้เจ้านายรองนายกฯ เศรษฐกิจที่ยังประมาณว่าการส่งออกจะโตได้ 9% ตายเดี่ยว
...โครงการพักหนี้ดีที่รัฐบาลพยายามเข็นแล้วเข็นอีก ก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่อยากให้เป็น มีการประเมินกันว่าส่วนหนึ่งการประชาสัมพันธ์อ่อน ทั้งที่รัฐบาลใช้เงินจากแบงก์รัฐบางแบงก์ไปถึง 40 ล้านบาท ทำประชาสัมพันธ์ แต่ปรากฏว่าเนื้องานไม่สมกับเงินที่ละลายหายไป
...ก่อนหน้านี้ก็ยังมีเรื่องงบประชาสัมพันธ์เรื่องดูแลคูคลองป้องกันน้ำท่วมจำนวน 50 ล้านบาท ที่หน่วยงานและแบงก์รัฐของกระทรวงการคลัง ขอร้องให้ช่วยกันออกทั่วหน้า ทั้งๆ ที่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังที่ต้องเข้าไปดูแลดำเนินการ แต่เพราะนโยบายทำให้พูดไม่ออก
...ปัญหาภาษีรถยนต์กำลังกลายเป็นปมขัดแย้งของรัฐมนตรีในกระทรวงการคลัง เมื่อรัฐมนตรีบางคนหนุนผู้ผลิตและดีลเลอร์ ขณะที่รัฐมนตรีอีกคนหนุนบริษัทเกรย์มาร์เก็ต ทำให้กินกันไม่ลง และปัญหารถหรูนำเข้าเสียภาษีต่ำยังเป็นจุดมืดบอดของกระทรวงการคลังที่แก้ไม่ตก เพราะมีเดิมพันผลประโยชน์จำนวนมากมาค้ำคอนี่เอง







