
เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการประกันสุขภาพ(ตอนที่1)
การเดินทางเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (เออีเอ็ม) ครั้งที่ 44 ที่เสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ของ บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์
โดย...ธีรพันธุ์ จิตตาลาน
ตัวผู้เขียนเองปัจจุบันอายุ 58 ปี รู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่วัยเด็ก วัยรุ่น วัยกลางคน และในปัจจุบันจะเข้าสู่วัยสูงอายุ มันช่างรวดเร็วมาก ผู้เขียนพยายามนึกทบทวนอดีต ยังจำได้แม่นยำ แต่ตอนนี้จะขอพูดเฉพาะเรื่องสุขภาพนะครับ
ผู้เขียนเริ่มเป็นโรคเบาหวานเมื่อตอนอายุ 40 ปี ตอนนั้นรู้สึกเครียดมาก เพราะลูกก็ยังเล็กและมีภาระเรื่องหนี้สินผ่อนบ้านอยู่ด้วย ทำให้นอนไม่หลับตั้งหลายวันครับ กลัวจะเป็นอะไรไปก็จะทิ้งภาระไว้ให้ครอบครัว และในที่สุดตัดสินใจไปทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ไว้ให้พอดีกับหนี้สินที่มีอยู่ ก็สบายใจขึ้น จากนั้นก็เริ่มรักษาตัวกับหมอโรคเบาหวานอย่างเข้มงวด ค่าใช้จ่ายต่างๆ เดือนละประมาณเกือบ 2 หมื่นบาท และผ่านมาในแต่ละวันก็มักจะพบอาการเสื่อมของร่างกายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เช่น อายุ 43 ปี เริ่มสายตายาว อายุ 50 ปี เริ่มปวดเมื่อยร่างกาย และพออายุ 55 ปี ก็เริ่มขับถ่ายยาก พบอะไรผิดปกติไปเรื่อย ในขณะเดียวกันก็มักได้ยินหรือฟังจากคนที่รู้จักและหนังสือพิมพ์ว่า เมื่อเจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลจะพบกับค่าใช้จ่ายที่สูงมาก บางคนเข้าไป 2-3 วัน มีค่าใช้จ่าย 3-5 แสนบาท บางคนพักรักษาตัว 1 เดือน เสียค่าใช้จ่ายหลัก 1-3 ล้านบาท ทำให้เกิดกังวลว่าเมื่อวัยเกษียณตอนเราไม่มีรายได้และสวัสดิการจากที่ทำงาน ถ้าต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลจะพบกับค่าใช้จ่ายมากน้อยอย่างไร ถ้าโชคร้ายพบค่าใช้จ่ายสูงๆ อาจจะกระทบกับเงินออมที่เก็บไว้ และถ้าค่ากินอยู่ไม่เพียงพอ ทำให้ตอนเกษียณก็จะกังวลและไม่มีความสุข ซึ่งประกันชีวิตที่ทำไว้ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจะได้ตอนเสียชีวิตแล้วเท่านั้น
ผู้เขียนขอเล่าเรื่องข่าวที่น่าสลดใจสำหรับผู้สูงวัยสองเรื่องให้ฟัง เริ่มข่าวแรกก่อนนะครับ เนื้อข่าวเล่าว่า มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง สามีอายุ 66 ปี ออกจากงานมาแล้ว 6 ปี ด้วยการเกษียณอายุ และปัจจุบันภรรยาก็เป็นโรคที่ต้องได้รับการรักษาพยาบาล แต่ตอนนี้เงินที่ได้รับตอนเกษียณมาก็ใช้หมดไม่มีเพียงพอสำหรับการรักษาภรรยาอีกต่อไป สามีจึงตัดสินใจโทรศัพท์ไปหาลูกชายเพื่อให้กลับมาหาที่บ้าน แต่พอเมื่อลูกชายเข้ามาในบ้านก็ต้องพบกับภาพสะเทือนขวัญ ที่พ่อตนเองฆ่าแม่ตายและพ่อก็ยิงตัวตายตามแม่ไปครับ
ส่วนอีกข่าวหนึ่งนะครับ อยู่ต่างประเทศ อยู่ที่สหรัฐครับ ชายอายุ 70 ปี ถูกตำรวจจับเนื่องจากเข้าไปปล้นธนาคารกลางเมือง ตำรวจจับได้และพบว่าปืนที่นำไปปล้นนั้นเป็นปืนปลอม พอไปขึ้นศาล ศาลจึงพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี แต่เมื่อพอสืบความในศาล ชายผู้นี้ให้การกับศาลถึงสาเหตุที่ตนไปปล้นธนาคารว่าไม่มีเงินยังชีพในแต่ละวัน และไม่รู้จะทำอย่างไร จึงตัดสินใจว่าจะให้ตำรวจจับและถูกส่งตัวไปกักขังในเรือนจำ ซึ่งการอยู่ในเรือนจำ แน่นอนต้องมีอาหารเลี้ยงทุกมื้อและมีสวัสดิการการรักษาพยาบาลให้กับผู้ต้องขังด้วย จึงเห็นว่ายอมไปอยู่ในเรือนจำโดยมีรัฐเลี้ยงดู ดีกว่าต้องดิ้นรนอยู่ข้างนอกด้วยตัวเองเสียอีกครับ และบอกว่าเมื่อถูกปล่อยตัวออกมาก็จะปล้นธนาคาร หรือหาเหตุกระทำผิดอีกเพื่อกลับเข้าไปรับสวัสดิการในคุกด้วย
เห็นข่าวแล้วก็เศร้าใจครับ และคิดว่าหากเราไม่วางแผนการดูแลเรื่องของค่าใช้จ่ายให้เพียงพอกับค่ารักษาพยาบาลนั้น มันลำบากและน่าหดหู่แค่ไหนสำหรับคนสูงวัยอย่างเราๆ ครับ และเพียงแต่หากเรามีระบบการประกันสุขภาพ หรือแม้แต่เครื่องมือในการวางแผนเพื่อประกันสุขภาพสักหน่อย เราคงไม่ต้องกังวล หรือแม้แต่พบจุดจบแบบผู้สูงอายุในข่าวนะครับ
จากนั้นผู้เขียนจึงศึกษาเกี่ยวกับการประกันสุขภาพ และพบว่าในต่างประเทศมีการขายประกันพวกนี้ เบี้ยประกันไม่แพงมาก โดยเราประกันได้ถึง 1-2 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 30-60 ล้านบาท) และรับประกันไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะเสียชีวิต (ไม่มีจำกัดอายุ) อยากจะประกันเฉพาะผู้ป่วยใน ผู้ป่วยนอก ได้ทั้งนั้น เบี้ยประกันก็เพิ่มขึ้นตามสิ่งที่อยากได้ ซึ่งก็มีความเพียงพอ แต่เขาอาจไม่รับคนที่เป็นโรคร้ายแรงอยู่ก่อนแล้วก่อนทำประกัน เช่น ตรวจพบเป็นโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน เป็นต้น ซึ่งทางที่ดีการทำประกันประเภทนี้ต้องเริ่มทำตอนที่เราแข็งแรงอยู่ ไม่ใช่คิดจะทำเมื่อเป็นโรคแล้ว ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นชัดเจนดังนี้ ตัวผมเป็นเบาหวานมานานแล้ว รักษาระดับน้ำตาลไม่ดีนัก ถ้าอย่างนี้ตัวผมไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ แต่ผมได้ให้ภรรยาผมซึ่งแข็งแรงดีทำประกัน (ภรรยาผมอายุ 57 ปี) ซึ่งต้องผ่านการตรวจสุขภาพและประวัติการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ขณะนี้ภรรยาผมได้รับอนุมัติให้ทำประกันสุขภาพแล้ว วงเงินรักษา 1 ล้านเหรียญสหรัฐต่อโรคต่อปี สามารถเข้ารับการรักษาได้ทั่วโลกจากทุกโรงพยาบาล เสียค่าเบี้ยประกันประมาณ 3.1 หมื่นบาท ถูกกว่าประกันภัยรถยนต์ ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่เสียอยู่ ถ้าเราทำอายุน้อยกว่านี้ และไม่ต้องเอาวงเงินสูงขนาดนี้ เบี้ยประกันก็จะถูกลงครับ แล้วเราก็จะหมดกังวลกับภาระค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้ถ้าเกิดขึ้นกับเขา ซึ่งเราไม่รู้ว่าจะถูกหรือแพงเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราใช้เงินตอนเกษียณอย่างมีความสุขครับ
ท้ายนี้ขอเรียนว่า ปัจจุบันผู้เขียนกำลังจะจัดตั้งกองทุนการออมประเภทผูกกับการรักษาพยาบาลนี้ให้กับคนไทยอยู่นะครับ และผมจะเล่ารายละเอียดให้ทุกท่านฟังในตอนต่อไปนะครับ สวัสดีครับ







