
กกร.ค้านแก้กม.ถือครองที่เกษตร
กกร.ค้านสมัชชาปฏิรูปฯ ชงกฎหมายคุมเข้มถือครองที่ดินเกษตร ห่วงกระทบแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร
กกร.ค้านสมัชชาปฏิรูปฯ ชงกฎหมายคุมเข้มถือครองที่ดินเกษตร ห่วงกระทบแผนพัฒนาอุตสาหกรรมอาหาร
นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้พิจารณาถึงข้อเสนอของสมัชชาปฏิรูปทางการเกษตรในเรื่องการคุ้มครองที่ดินเพื่อเกษตรกร ซึ่งกำหนดให้การจัดรูปที่ดินเพื่อการเกษตรมีไว้สำหรับเกษตรกรเท่านั้น และห้ามนำที่ดินไปพัฒนาเป็นอย่างอื่น รวมทั้งกำหนดให้ถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 50 ไร่ จึงเป็นห่วงว่าจะกระทบกับการพัฒนาอุตสาหกรรมการเกษตรในอนาคตได้
ข้อจำกัดดังกล่าว จะทำให้เกิดความลำบากในการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ หรือการพัฒนาภาคเกษตรในอนาคต ซึ่งกรณีการถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ เป็นสัดส่วนที่น้อยเกินไป ควรเปิดโอกาสให้มีที่ดินผืนใหญ่กว่านี้ เพื่อให้เกิดการแข่งขันและใช้เทคโนโลยีได้อย่างเต็มที่ เพราะจะเชื่อมโยงไปกับการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร
ด้านนายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า ประเด็นการปฏิรูประบบเกษตรกรรม เพื่อความเป็นธรรมและมั่นคงทางอาหาร ทางสมัชชาฯ เป็นห่วงในเรื่องการครอบครองตลาดปัจจัยการผลิต เช่น เมล็ดพันธุ์ สารเคมีทางการเกษตร อาหารสัตว์ ตลอดจนการรวมศูนย์ของระบบการกระจายอาหารในระบบการค้าสมัยใหม่ (โมเดิร์นเทรด) ของผู้ประกอบการใหญ่ที่มีไม่กี่รายจะนำไปสู่ความไม่เป็นธรรมกับเกษตรกร
กกร.เห็นว่า ความมั่นคงทางอาหารมี 3 ปัจจัยหลัก คือ ต้องมีจำนวนเพียงพอ ต้องมีราคาไม่สูงเกินไป และต้องมีจำนวนสม่ำเสมอ ในขณะที่การรวมศูนย์ระบบการกระจายสินค้านั้นมีหลายรูปแบบ เช่น ตลาดสดทั่วไป โดยโมเดิร์นเทรดเป็นเพียงกลไกหนึ่งของการกระจายสินค้า ซึ่งเหมาะสมกับระบบเมือง จะเห็นได้ว่าระบบนี้พัฒนาตามการพัฒนาของประเทศ เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในเมือง
“การทำเกษตรและเกษตรอุตสาหกรรม มีประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคมเหมือนกัน ดังนั้นต้องกำหนดนโยบายและวิธีเพื่อให้อยู่คู่กันได้” นายพรศิลป์ กล่าว
พร้อมกันนี้ กกร.จะรวบรวมนำข้อเสนอแนะจากที่ประชุม กกร.ครั้งนี้จัดทำเป็นรายละเอียดที่ชัดเจนเพื่อเสนอไปยังสมัชชาปฏิรูประดับชาติต่อไป







