
ขู่ไล่จับทุจริตสวมสิทธิยางหลังพบพิรุธ
ขู่ไล่จับสวมสิทธิโกงโครงการรับซื้อยาง หลังพบหลักฐาน
ขู่ไล่จับสวมสิทธิโกงโครงการรับซื้อยาง หลังพบหลักฐาน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้จัดประชุมทางไกล หรือวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในโครงการรักษาเสถียรภาพยางพารา เพื่อทำความเข้าใจร่วมกันในการป้องกันการสวมสิทธิของเกษตรกร หากพบข้อเท็จจริงว่ามีการสวมสิทธิจะสั่งยุบสถาบันเกษตรกรนั้นๆ และดำเนินคดีทางอาญาทันที
“ขณะนี้พบว่ามีสถาบันเกษตรหรือกลุ่มเกษตรกรบางกลุ่มเห็นแก่ตัว นำยางพารานอกโครงการมาสวมสิทธิในโครงการ โดยรับรองว่าเป็นสมาชิกของกลุ่มตนเอง จึงให้กรมตรวจบัญชีสหกรณ์ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานอนุกรรมการบริหารโครงการ ตรวจ สอบรายชื่อสมาชิกและปริมาณยางที่สถาบันเกษตรกรนำมาขายให้โครงการว่าถูกต้องหรือไม่ หากพบว่ามีการสวมสิทธิให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด” นายณัฐวุฒิ กล่าว
ด้านการแก้ไขปัญหาระยะยาวอยู่ระหว่างหารือของคณะกรรมการที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ที่จะเพิ่มปริมาณการใช้ยางในประเทศรวมทั้งส่งเสริมการแปรรูป คาดว่าจะไม่ทันเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันนี้
สำหรับกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตราคายางพาราอาจลดลงเหลือ 70 บาทต่อกิโลกรัมนั้น เป็นการมองในแง่ร้ายเกินไป เพราะนักวิเคราะห์มีหลายแบบ แต่เชื่อว่าหลังจากทั้งสามประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ร่วมลงนามในการจำกัดปริมาณส่งออกยาง 3 แสนตัน คาดว่าจะทำให้ราคายางพาราขยับสูงขึ้น ซึ่งในวันที่ 4 ก.ย. จะเดินทางไปหารือกับรัฐมนตรีการค้าของมาเลเซีย เพื่อเป็นการแสดงท่าทีความร่วมมือในระดับนโยบาย และขณะนี้ได้ประสานกับกระทรวงต่างประเทศเพื่อให้ติดต่อกับเวียดนามในฐานะประเทศผู้ผลิต เพื่อหารือมาตรการนี้ด้วย หากเวียดนามตอบรับอีกหนึ่งประเทศ ก็เชื่อว่าจะยิ่งทำให้สถานการณ์ราคายางดีขึ้น







