
ซิงเกอร์ (ประเทศไทย)
คาดกำไรสุทธิปี 2012 เติบโตก้าวกระโดด 88% YY และอีกราว 32% ต่อปีในปี 2013-2014 ซึ่งเป็นกำไรขาขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ติดต่อกัน ผลักดันโดยผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มหยอดเหรียญและทำความเย็น การปรับราคาสินค้า รวมไปถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยม คาด ROE จะยกฐานเหนือ 20% ได้ในปี 2012 ก่อนจะปรับขึ้นสู่ระดับค่าเฉลี่ยเดียวกันกับกลุ่ม Commerce ที่ราว 26% ในปี 2013 ราคาปัจจุบันยังถูกกว่าราคาที่ซื้อขายในกลุ่ม Commerce อีกหลายตัว และยังมี Upside ถึง 54% จากราคาเหมาะสมปี 2013 ที่ประเมินไว้ที่ 22.40 บาท แนะนำ “Strong Buy”
คาดกำไรสุทธิปี 2012 เติบโตก้าวกระโดด 88% YY และอีกราว 32% ต่อปีในปี 2013-2014 ซึ่งเป็นกำไรขาขึ้นสู่ระดับสูงสุดใหม่ติดต่อกัน ผลักดันโดยผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มหยอดเหรียญและทำความเย็น การปรับราคาสินค้า รวมไปถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเยี่ยม คาด ROE จะยกฐานเหนือ 20% ได้ในปี 2012 ก่อนจะปรับขึ้นสู่ระดับค่าเฉลี่ยเดียวกันกับกลุ่ม Commerce ที่ราว 26% ในปี 2013 ราคาปัจจุบันยังถูกกว่าราคาที่ซื้อขายในกลุ่ม Commerce อีกหลายตัว และยังมี Upside ถึง 54% จากราคาเหมาะสมปี 2013 ที่ประเมินไว้ที่ 22.40 บาท แนะนำ “Strong Buy”
ปรับกลยุทธ์ รูปลักษณ์ ย่างก้าวสู่ช่วงปีทอง 2012-2014
SINGER ปรับกลยุทธ์การขายสินค้าอย่างชัดเจนตั้งแต่ปี 2011 โดยการ 1.แตกชนิดผลิตภัณฑ์ ปัจจุบัน SINGER มีสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่เป็น Commercial Product ที่ 34% และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 50% ในระยะต่อไป ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าครัวเรือน และไม่มีฤดูกาล 2.แตกกลุ่มลูกค้า ขยายกลุ่มลูกค้าจากลูกค้าตามบ้าน (Households) เป็นกลุ่มร้านค้ารายย่อย (Smaller Retailer Shops) 3.จัดระบบงานสินเชื่อ 4.ปรับโครงสร้างทางการเงิน ทำให้คาดว่าประหยัดต้นทุนการเงินไปได้ราว 1.752% ต่อปี หรือราว 10 ล้านบาทต่อปี และ 5.เน้นการขายในรูปแบบเงินผ่อนมากขึ้น โดยเฉพาะในสินค้าที่มีมูลค่าสูงในกลุ่ม
คาดกำไร 2H12 ยิ่งสดใส
SINGER รายงานกำไร 1H12 ที่ 121 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YY แนวโน้มกำไร 2H12 จะยิ่งสดใสขึ้นอีก โดยคาดกำไรสุทธิ 2H12 ที่ 147 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% HH โดยมีปัจจัยหนุนจาก 1.คาดค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง 13% HH จากการปรับโครงสร้างทางการเงินในเดือน พ.ค. (ออกหุ้นกู้ชำระเงินกู้ยืมระยะยาวปรับโครงสร้างหนี้) 2.คาดภาษีลดลง 39% HH จากผลประโยชน์ทางภาษีที่เหลือ และ 3.คาดอัตราการเติบโตของลูกหนี้ผ่อนชำระเติบโตต่อเนื่องอีกราว 1518% HH ตามกลยุทธ์การขายที่แบบใหม่และอานิสงส์จากภาวะอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ฟื้นตัวจากน้ำท่วม
คาดการณ์กำไรสุทธิปี 2012–2014 Turnaround อย่างแข็งแกร่ง ROE ปรับฐานสู่ระดับเหนือ 20%
คาดกำไรสุทธิปี 2012 จะอยู่ที่ 268 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88% YY เป็นกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (จุดสูงสุดเดิมอยู่ที่ 240 ล้านบาท ในปี 2003) ทั้งนี้ได้รับอานิสงส์จากกลยุทธ์การขายและผลิตภัณฑ์ใหม่ คาดส่งผลให้ลูกหนี้ผ่อนชำระเติบโตได้อีกปีละ 2025% ในปี 20132014 ขณะที่กำไรขั้นต้นและต้นทุนการเงินที่ดีขึ้นจะเป็นปัจจัยหนุนต่อประมาณการในปี 2013-2014 ต่อไป โดยเราคาดอัตราการเติบโตของกำไรปี 2013-2014 จะเติบโตก้าวกระโดดเฉลี่ย 32% ต่อปี คาดการณ์ ROE จะปรับฐานขึ้นเป็น 24% ในปี 2012 จาก 16% ในปีก่อน ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยของกลุ่ม Commerce 26% ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จในเป้าหมายค่าเฉลี่ยดังกล่าวได้ในปี 2013
ประเมินราคาเหมาะสมปี 2013 ที่ 22.40 ‘ซื้อ’
เราใช้วิธี Justified PER ในการประเมินมูลค่าหุ้น โดยมีสมมติฐานอัตราการเติบโตของกำไรในระยะยาวที่ 10% และ Ke 11.76% จะได้ Justified PER 17.5 เท่า ดังนั้นหากอิงกับ 2013 Prospective EPS ที่ 1.28 บาท จะได้ราคาเหมาะสมปี 2013 ที่ 22.40 บาท แต่หากใช้วิธี Relative PER จะเห็นว่าปัจจุบัน SINGER มีมูลค่าหุ้นที่ถูกเมื่อเทียบกับ GLOBAL ROBINS และ BJC คาดการณ์เงินปันผลหุ้นละ 0.35 บาท คิดเป็น Dividend Yield 2.4% แนะนำ “ซื้อ”







