posttoday
เฟดย้ำพร้อมอัดฉีดรอบ 3 หนุนหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

เฟดย้ำพร้อมอัดฉีดรอบ 3 หนุนหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

03 กันยายน 2555

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

โดย...พิชัย เลิศสุพงศ์กิจ, CFP, ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต จำกัด (มหาชน)

ชื่อตอน : เฟดย้ำพร้อมอัดฉีดรอบ 3 หนุนหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์

ประธานเฟดย้ำจุดยืน พร้อมอัดฉีดเงินรอบ 3 (QE 3) เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและลดอัตราการว่างงาน ท่ามกลางความกังวลว่า เศรษฐกิจโลกกำลังชะลอตัวลง

หลายเดือนก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจสหรัฐและยุโรปออกอาการชะลอตัวลงอย่างชัดเจน ท่ามกลางวิกฤตหนี้ยุโรปที่ลุกลามขยายวงจนก่อให้เกิดความกังวลว่าจะฉุดการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก อัตราการว่างงานยังสูงลิ่วในสหรัฐ (8.3%) และยุโรป (11.3% สูงสุด ได้แก่ สเปน 25.1% กรีซ 23.1%) โดยไม่มีวี่แววว่าจะลดลงอย่างรวดเร็ว ยังผลให้ชาวอเมริกัน/ยุโรประมัดระวังการใช้จ่าย การบริโภคภายในประเทศที่มีบทบาทสูงราว 70% ของจีดีพีสหรัฐและยุโรปจึงชะลอลง

ความเสี่ยงที่รัฐสภาสหรัฐจะไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องการปรับลดการขาดดุลงบประมาณ ก่อให้เกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจสหรัฐ เฟดจึงอาจเลือกใช้นโยบายนอกตำราอีกครั้ง ด้วยการพิมพ์แบงก์อัดฉีดปริมาณเงินก้อนใหม่เพื่อกดอัตราดอกเบี้ยระยะยาวให้อยู่ในระดับต่ำ และเพิ่มการคาดการณ์เงินเฟ้อ โดยหวังผลให้คนใช้จ่ายเงินหรือลงทุนเพิ่มขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ขณะเดียวกันยังทำให้ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาขาดดุลการค้าเรื้อรังอีกทางหนึ่งด้วย

การดึง Yield Curve หรือเส้นตอบแทนตามราคาตลาดของพันธบัตรให้อยู่ในระดับต่ำ ในทางทฤษฎีแล้วจะกระตุ้นการลงทุนและการบริโภค เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมจะถูกลง อย่างไรก็ดี อัตราดอกเบี้ยสหรัฐปัจจุบันก็ต่ำเกือบจะติดดินอยู่แล้ว แม้จะถูกกดลงอีกก็แทบไม่ได้ช่วยอะไร เศรษฐกิจสหรัฐกำลังติดกับดักสภาพคล่อง (Liquidity Trap) คือสภาพคล่องท่วมระบบ แต่คนไม่กู้ยืมเงินไปลงทุนหรือบริโภคเพิ่มเติม เหมือนกับที่ญี่ปุ่นเคยเผชิญ หลังฟองสบู่เศรษฐกิจแตกในต้นทศวรรษ 90

กระนั้นก็ดี การทำ QE 3 จะกระตุ้นแรงจูงใจให้เพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงขึ้น และมีโอกาสสูงที่สภาพคล่องส่วนเกินในระบบการเงินสหรัฐจะไหลออกไปหนุนตลาดหุ้นเกิดใหม่และสินค้าโภคภัณฑ์

ขณะที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เอง ก็เตรียมออกมาตรการซื้อพันธบัตรของประเทศที่เผชิญกับวิกฤตหนี้ ไฮไลต์อยู่ที่สเปน และอาจรวมถึงกดอัตราดอกเบี้ยลงอีกครั้ง ในการประชุมวันที่ 6 ก.ย.นี้

ปฏิกิริยาตอบสนองของตลาดเมื่อวันศุกร์ ต่อความคาดหวังเรื่อง QE 3 ที่ไต่สูงขึ้น มีดังนี้

ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ถีบตัวสูงขึ้น นำโดยทองคำ (+2% มาปิดใกล้ 1690 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์) และน้ำมันดิบสหรัฐ (+2% มาปิดที่ 96.47 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล)

ตลาดหุ้นทั่วโลกขานรับเชิงบวก นำโดยดาวโจนส์ (+0.7%) เยอรมนี (+1%) ฝรั่งเศส (+1%)

ดัชนีดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง 0.5% สร้างแรงกดดันให้สกุลเงินอีเมอร์จิงมาร์เก็ต รวมถึงค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น

การทำ QE 3 จะยิ่งทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง ขณะที่เงินอีเมอร์จิงมาร์เก็ตจะยิ่งแข็งขึ้นต่อ อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำใกล้ 0% ในสหรัฐจะกระตุ้นธุรกรรมแครีเทรดดิง โดยการกู้ยืมเงินจากสหรัฐที่ดอกเบี้ยต่ำติดดิน ไปลงทุนในสินทรัพย์ที่อยู่ในรูปเงินสกุลอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า และยังมีโอกาสได้กำไรจากค่าเงินอีกต่างหาก สภาพคล่องส่วนเกินในตลาดโลกมีแนวโน้มไหลเข้าตลาดหุ้นอีเมอร์จิงและสินทรัพย์โภคภัณฑ์

อย่างไรก็ดี นับตั้งแต่อีซีบีและเฟดส่งสัญญาณจะผ่อนคลายนโยบายการเงินรอบใหม่ราวปลายเดือน ก.ค. ตลาดการเงินโลกได้ขานรับมาตรการนี้ไประดับหนึ่งแล้ว

น่าสังเกตว่า ก่อนทำ QE 1 ตลาดมีความคาดหวังต่ำและไม่ค่อยเชื่อมั่นต่อนโยบายนอกตำรานี้ อย่างไรก็ดี ความร่วมมือระหว่างธนาคารกลางสำคัญทั่วโลกที่อัดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจพร้อมกัน ในช่วงที่ราคาสินทรัพย์ทางการเงินทั่วโลกตกต่ำ จึงส่งผลบวกกระตุ้นตลาดการเงินทั่วโลกขึ้นยาวร่วม 6 เดือน

ส่วน QE 2 ราคาสินทรัพย์ส่วนหนึ่งวิ่งขึ้นมารอแล้ว เพราะนักลงทุนได้ประสบการณ์จาก QE 1 มาตรการนี้กระตุ้นตลาดการเงินได้สัก 3 เดือน

QE 3 จึงไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับนักลงทุนที่ประเมินล่วงหน้าได้ว่า การอัดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรอบใหม่ในปริมาณที่มาก สินทรัพย์เสี่ยงจะตอบรับเชิงบวกนั่นเอง

การเก็งกำไรดักซื้อสินค้าโภคภัณฑ์น้ำมัน ทองคำ ตลอดจนสินทรัพย์เสี่ยงสูงอื่น ดำเนินมากว่า 1 เดือนแล้ว เพื่อรอ “ตรวจการบ้าน” ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ และธนาคารกลางสหรัฐในวันที่ 13 ก.ย.นี้

แรงขายทำกำไรเมื่อความคาดหวังกลายเป็นเรื่องจริง จึงเป็นสิ่งที่อาจคาดหมายได้ โดยเฉพาะในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโภคภัณฑ์ เนื่องจากยังคงถูกกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก หุ้นที่อิงกำลังซื้อในประเทศ และมีประเด็นขับเคลื่อนเฉพาะตัว น่าจะเด่นกว่าตลาดในระยะปานกลาง เช่น มือถือ ค้าปลีกสมัยใหม่ เป็นต้น

พบกันใหม่สัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน