posttoday
ธุรกิจเกาะต่างชาติวิ่งสู้ฟัด ม็อบเสื้อแดง

ธุรกิจเกาะต่างชาติวิ่งสู้ฟัด ม็อบเสื้อแดง

19 มีนาคม 2553

การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ยืดเยื้อมาเกือบ 1 สัปดาห์ และมีทีท่าว่าจะยืดเยื้อต่อไป ได้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงนักท่องเที่ยวและนักธุรกิจต่างชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และห้างสรรพสินค้า เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติได้ลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง และหากสถานการณ์ยืดเยื้อ ผลกระทบยิ่งเพิ่มมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ทั้งนี้ ในส่วนของอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้นัดภาคเอกชนมาหารือเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 23 มี.ค. นี้ แต่ในเบื้องต้น ททท.ได้เพิ่มการโรดโชว์ไปยังตลาดเป้าหมายแล้ว

นายวิชิต ประกอบโกศล นายกสมาคมผู้ประกอบการสัมพันธ์ไทยจีน กล่าวว่า ขณะนี้ต้องเลื่อนแผนการเปิดเส้นทางการบินในลักษณะเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) ระหว่างกรุงปักกิ่งภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ด้วยเครื่องบินโบอิ้ง 737800 ความจุ 168 ที่นั่ง ในวันที่ 10 เม.ย. นี้ เลื่อนแผนการเปิดเส้นทางดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด

ทั้งนี้หากสถานการณ์ดังกล่าวเกิดความยืดเยื้อ แต่ไม่มีความรุนแรงอาจส่งผลกระทบให้นักท่องเที่ยวชะลอแผนการเดินทางเข้าประเทศไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และวันหยุดแรงงานวันที่ 1 พ.ค.ที่จะถึงนี้ แต่เชื่อว่ายังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาบ้าง

“ผมมั่นใจว่ารัฐบาลจะมีแนวทางการแก้ปัญหาให้ยุติได้อย่างรวดเร็ว เมื่อจบเร็วตลาดจีนจะพลิกฟื้นกลับมาประเทศไทยได้อย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เพราะคนจีนไม่สนใจว่าจะเป็นฝ่ายไหนจะขึ้นมาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ แต่ต้องการความปลอดภัยเมื่อเดินทางมา ” นายวิชิต กล่าว

สำหรับภาพรวมบริษัททัวร์จีนมั่นใจว่าหลังรัฐบาลยกเลิกประกาศเตือนให้คนจีนทบทวนแผนมาไทย ระหว่างวันที่ 1323 มี.ค.นี้แล้ว คนจีนจะกลับเข้ามาไทยอีกครั้ง แต่จะมีจำนวนเท่าใดนั้นต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในประเทศไทยว่าจะมีความรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมามีนักท่องเที่ยวจีนยกเลิกเดินทางแล้ว 11.2 หมื่นคน

นอกจากนี้ปัจจัยที่ทำให้คนจีนชะลอการตัดสินใจมาในช่วงนี้ คือมาตรการยืดระยะเวลาการยกเว้นวีซ่าค่าธรรมเนียมเข้าประเทศไทย ในทางปฏิบัติยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะการประสานงานร่วมกันระหว่างกระทรวงการต่างประเทศกับกระทรวงการมหาดไทยมีความล่าช้า มาตรการดังกล่าวเป็นเพียงมติที่ประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เท่านั้น ซึ่งเอกชนต้องการให้รัฐเร่งแก่ไขเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว

นายวิชิต กล่าวว่า สมาคมฯ เตรียมทำหนังสือถึง ททท. ให้เร่งทำการตลาดเชิงรุกกับประเทศจีน เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นๆ เช่น จ.เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย

นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่ายืดเยื้อ เอกชนท่องเที่ยวเชื่อมั่นว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นในครั้งนี้จะไม่เกิดการยืดเยื้อ วัดได้จากการรายงานข่าวของสำนักงานข่าวต่างประเทศ รวมถึงการประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จะได้แต่ผลกระทบในช่วงสั้นๆ ที่เกิดขึ้นทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านท่าอากาศยานสุวรรณภูมิตั้งแต่วันที่ 1215 มี.ค.ที่ผ่านมา ลดลงราว 1015% หรือเฉลี่ย 3 หมื่นคน และเชื่อว่าตลาดยุโรปจะไม่ได้รับผลกระทบ โดยล่าสุดการเข้าร่วมงานเทรดโชว์ที่กรุงเบอร์ลิน ผู้ประกอบการสามารถปรับราคาห้องพักเพิ่มขึ้น 510% เทียบกับปีที่ผ่านมา ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อภาพรวมการท่องเที่ยวของประเทศในช่วงปลายปีนี้ ถึงปี 2554

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ต้องการให้รัฐบาลเปิดช่องในการเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อยุติข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้น ซึ่งเอกชนท่องเที่ยวไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรงขึ้น เพราะจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ประเทศไทย

ทั้งนี้เอกชนเชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะไม่ยืดเยื้อ แต่ถ้ายืดเยื้อรัฐบาลต้องมีมาตรการการควบคุมไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือขยายวงกว้าง ถ้าสามารถควบคุมส่วนดังกล่าวได้ เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ เพราะขณะนี้นักท่องเที่ยวมีความเข้าใจต่อปัญหาทางการเมืองที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ตลาดญี่ปุ่นยังไม่มีการยกเลิก แต่ถ้าไม่ยุติในเร็วนี้ อาจกระทบต่อการเดินทางมาช่วงสงกรานต์ หรือวันหยุดยาวช่วงโกลด์เด้น วีก เดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้

นายพนม กาญจนเทียมเท่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่จับกลุ่มลูกค้าต่างชาติโดยรวมยังคงอยู่ในภาวะชะลอตัว โดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ในตลาดพัทยาที่ต่างชาติยังไม่ตัดสินใจซื้อในช่วงนี้ รวมถึงอสังหาริมทรัพย์ที่ชะอำและหัวหินด้วย ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายต้องลดราคาจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัว แต่ปัญหาการเมืองภายในประเทศก็ยังคงทำให้ตลาดชะลอตัวต่อไปอีก เพราะต่างชาติยังไม่กล้ากลับมาซื้อในเวลานี้

หากพิจารณาเป็นพื้นที่ อสังหาริมทรัพย์ที่พัทยาค่อนข้างได้รับผลกระทบค่อนข้างแรง มีโครงการที่สร้างมาแล้วขายไม่ออกค้างอยู่เป็นจำนวนมาก หลายโครงการสร้างต่อไม่ได้จนต้องเลิกโครงการไป โครงการที่ขายอยู่ก็จำเป็นต้องลดราคตั้งแต่ 1030% เพื่อกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค เพราะยังมีปริมาณสินค้าค้างอยู่มาก

เช่นเดียวกับที่ ชะอำ หัวหิน ตลาดก็ยังทรงๆ ตัว เพราะยังมีกำลังซื้อคนไทยเข้ามาประคับประคองอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ก็คงไม่ได้ดีอะไรมากนัก ราคาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่ดังกล่าวยังสามารถต่อรองกันได้ ส่วนที่ภูเก็ต กระบี่ พังงา ในช่วง 34 เดือนที่ผ่านมา สถานการณ์เริ่มดีขึ้น เพราะการท่องเที่ยวที่เริ่มกลับมา ชาวต่างชาติเริ่มกลับมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตอีกครั้ง แต่เมื่อสถานการณ์การเมืองเริ่มกลับมาตึงเครียดต่างชาติก็เริ่มชะลอการซื้อขายอีกครั้ง

ที่ผ่านมาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ที่จับตลาดลูกค้าต่างชาติได้ปรับกลยุทธ์การขาย โดยหันไปทำตลาดสำหรับคนไทย โดยการลดขนาดห้องให้สอดรับกับกำลังซื้อคนไทย รวมถึงการลดราคาขายในกรณีที่ผู้ประกอบการต้องรีบขายเพื่อรักษาสภาพคล่อง แต่สำหรับผู้ประกอบการที่มีสายป่านยาว และประเมินว่า จะได้รับผลกระทบแค่ระยะสั้น เพราะยังมีความต้องการซื้อจากต่างชาติสูง อย่างที่ภูเก็ตก็สามารถเก็บโครงการไว้รอจังหวะขายในช่วงที่ตลาดฟื้นกลับมาได้

นายประวิช จรรยาสิทธิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ภูเก็ต สแควร์ ผู้บริหารศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ต กล่าวว่า ทางศูนย์ฯ ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายตามฤดูกาลตามปกติ โดยยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เนื่องจากกลุ่มลูกค้าของศูนย์ฯ เป็นนักท่องเที่ยวยุโรป แต่นักท่องเที่ยวชาวจีนก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด

จากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงตลอด1สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ส่งผลกระทบกับชาวต่างชาติที่เดินทางมาท่องเที่ยวและพักผ่อนในจังหวัดภูเก็ต ด้วยขณะนี้เป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศ และโชคดีที่จังหวัดภูเก็ตมีเที่ยวบินตรง(ไดเร็กท์ ไฟลท์) จากต่างประเทศมาลงยังจังหวัด อาทิ สายการบินไทเกอร์ แอร์ ประเทศสิงคโปร์ สายการบินเจ็ท สตาร์ ประเทศออสเตรเลีย และสายการบินแอร์ เอเชีย เป็นต้น ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่โดยเฉพาะในแถบยุโรป หรือ สแกนดิเนเวียน จะเดินทางไปยังภูเก็ต ซึ่งเป็นแหล่งพักผ่อนปลายทาง(เดสติเนชัน) โดยไม่จำเป็นต้องแวะลงผ่านกรุงเทพฯแต่อย่างใด

ทั้งนี้ตนได้ลงไปสำรวจสถานการณ์ในพื้นที่ล่าสุดตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.ถึงขณะนี้ ยังพบว่ากลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตส่วนใหญ่มีอัตราการจองห้องพักสูงกว่า70% แล้ว ส่งผลดีกับร้านค้าปลีก หรือ ผู้ประกอบการต่างๆภายในศูนย์การค้าจังซีลอนฯด้วย โดยปัจจุบันมีปริมาณลูกค้าหมุนเวียน(ทราฟฟิค)เฉลี่ยราว4หมื่น5หมื่นคนต่อวัน แต่ยอมรับในส่วนของนักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลง จากก่อนหน้าที่ทางการจีนได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้ระมัดระวังหากเดินทางมายังประเทศไทยในช่วงนี้

ขณะที่บริษัทประเมินว่าจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบระยะสั้น และเชื่อว่าสถานการณ์จะกลับมาคลี่คลายตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ไปจนถึงช่วงเดือนเม.ย.ที่เข้าสู่วันหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ที่กำลังซื้อภาพรวมทั้งในและต่างประเทศจะกลับมาคึกคัก โดยในส่วนของศูนย์การค้าจังซีลอนฯ เตรียมจัดงานฉลองครบรอบ3ปี คือ “จังซีลอน ทรี เยียร์ แอนิเวอร์ซารี” ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย.นี้ และงานภูเก็ต ไบค์ วีค งานแข่งขันจักรยานนานาชาติครั้งที่16 ระหว่างวัน 911 เม.ย. นี้ เพื่อสร้างสีสันและความคึกคักด้านท่องเที่ยวตลอดช่วงไฮซีซันนี้ด้านกลุ่มบริษัท เดอะมอลล์ ผู้บริหารศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ดิ เอ็มโพเรียม และสยามพารากอน ซึ่ง 2 ศูนย์การค้าหลังวางสัดส่วน 3040% จับกลุ่มเป้าหมายลูกค้าชาวต่างชาติที่พำนักอาศัยในเมืองไทยและกลุ่มนักท่องเที่ยว และ 6070% เป็นกลุ่มเป้าหมายลูกค้าภายในประเทศ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาพบว่าไม่ได้รับผลกระทบจากกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติเช่นกัน

นางณัฐศมน วงศ์กิตติพัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ทางศูนย์การค้าดิ เอ็มโพเรียม ยังดำเนินการจัดกิจกรรมทางการตลาดส่งเสริมการขายเพื่อต้อนรับฤดูท่องเที่ยวของประเทศในขณะนี้ คือ “ดิ เอ็มโพเรียม ซัมเมอร์ แฟชั่น อิน บลูม” ระหว่างวันที่ 10 มี.ค.11 เม.ย. เป็นระยะเวลา 1 เดือนเต็ม เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ รวมถึงแคมเปญโปรโมชัน มิดไนท์เซลล์ ที่เริ่มขึ้นในขณะนี้ ซึ่งในส่วนของชาวต่างชาติที่อยู่ในย่านสุขุมวิทนี้จะเป็นชาวญี่ปุ่น และมีชาวต่างชาติจากประเทศอื่นๆ ที่เดินทางมาพักผ่อนเพื่อจับจ่ายซื้อสินค้า

เช่นเดียวกับศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่ปัจจุบันมีสัดส่วนลูกค้า 60% เป็นกำลังซื้อในประเทศ และ 40% เป็นชาวต่างชาติทั้งนักท่องเที่ยวและที่พำนักในประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย