posttoday
ห้ามรัฐบาลจุนทุนสำรองใครเอาไปใช้เป็น'บาป'

ห้ามรัฐบาลจุนทุนสำรองใครเอาไปใช้เป็น'บาป'

29 สิงหาคม 2555

ประสาร ชี้แจงว่า การดำเนินนโยบายการเงินโดยรวม เท่าที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับคณะกรรมการ ธปท.

ประสาร ชี้แจงว่า การดำเนินนโยบายการเงินโดยรวม เท่าที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันกับคณะกรรมการ ธปท.

รวมถึงประธานกรรมการ หลักสำคัญส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกัน อย่างเรื่องการทำนโยบายการเงินให้เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

อย่างไรก็ตาม นโยบายต่างๆ อาจจะมีความเห็นบางส่วนแตกต่างกันบ้าง ขนาดประเทศในยุโรปที่ประสบปัญหายังมองต่างกัน ว่าที่ยูโรมีปัญหา ควรจะรัดเข็มขัดหรือกระตุ้นเศรษฐกิจดี หรือดอกเบี้ยอัตราใดจึงจะเหมาะสม สูงไปต่ำไปหรือไม่ อัตราแลกเปลี่ยนแข็งไป อ่อนไป ก็มีการมองต่างกันได้

และถึง ธปท.จะตั้งเป้าดูแลควบคุมเงินเฟ้อหรือราคา แต่การทำนโยบายจะเป็นที่รับทราบกันในหลักเศรษฐศาสตร์ว่า ไม่มีเครื่องใดใช้ได้ผล 100%

ดังนั้น การทำนโยบายการเงินต้องใช้เครื่องมืออื่นๆ ประกอบด้วย ทั้งการจัดการกับปริมาณเงินที่ต้องใช้อัตราดอกเบี้ยและใช้อัตราแลกเปลี่ยนด้วย

ขณะเดียวกันก็ต้องใช้การผสมผสานการกำกับสถาบันการเงินมาใช้ดูแลเศรษฐกิจด้วย

ห้ามรัฐบาลจุนทุนสำรองใครเอาไปใช้เป็น'บาป'

 

“ผมคิดว่า เรื่องแนวคิดที่แตกต่างกันนี้ เห็นต่างกันได้บ้าง มันไม่น่าจะทำให้กระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างชาติ เพราะการกำหนดนโยบายต่างๆ มีคณะกรรมการต่างๆ ที่ดูแล จึงน่าจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกันภายในได้ ไม่ได้มีปัญหา” ประสาร กล่าว

อีกประเด็นที่ กมธ.สนใจสอบถาม เรื่องเกณฑ์การนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ จะสามารถนำออกมาใช้เพื่อการลงทุนในประเทศสามารถทำได้หรือไม่

ประสาร กล่าวชี้แจงว่า ทุนสำรองประเทศมีที่มาจาก 2 ทาง คือ การค้าขายที่ได้กำไร หรือจากการเกินดุลการค้า และดุลบัญชีเดินสะพัด และอีกส่วนมาจากการที่ต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทย ไม่ว่าจะเข้ามาซื้อหุ้น ซื้อพันธบัตร หรือสร้างงาน หรืออื่นๆ ซึ่งส่วนหลังถือว่ามีเจ้าของ ธปท. มีหน้าที่ดูแลและมีหน้าที่เก็บ เพื่อวันหนึ่งที่คนหรือนักลงทุนต้องการใช้เงินตราต่างประเทศ ก็จะได้มีเพียงพอในการค้าขายและกิจกรรมทางเศรษฐกิจไม่ให้เป็นปัญหา

ธปท.จึงมีภาระในการเก็บ เพราะจะซื้อเงินตราต่างประเทศสกุลหลักๆ เช่น เงินเหรียญสหรัฐ ยูโร ปอนด์ เยน ฯลฯ ในช่วงเวลาที่มันไหลเข้ามามาก ธปท.ต้องออกพันธบัตร เพื่อให้ได้เงินบาทไปซื้อเงินตราต่างประเทศมาเก็บ

แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือ การนำเงินทุนสำรองฯ ไปลงทุนมีข้อจำกัด เนื่องจากต้องคำนึงถึงความมั่นคง ทำให้ได้ผลตอบแทนไม่มาก

ที่สำคัญผลตอบแทนที่ได้มาต่ำกว่า ดอกเบี้ยพันธบัตรที่ต้องจ่ายให้ผู้ถือพันธบัตรในประเทศ เพราะดอกเบี้ยในประเทศไทยสูงกว่าในประเทศที่ไปลงทุน จึงทำให้มีภาระขาดทุน

“แต่ไม่ว่าอย่างไร ทุนสำรองฯ ที่มี ไม่ใช่ว่าใครจะยกไปลงทุนอะไรก็ได้ เพราะกฎหมายก็ห้ามไว้ไม่ให้ ธปท.ลงทุนในประเทศ และห้ามให้รัฐบาลกู้ เพราะประเทศที่เขามีหลักปฏิบัติธรรมมาภิบาลที่ดี เขาจะกำหนดเลยว่า ไม่ให้ธนาคารกลางให้กู้แก่รัฐบาลที่มีอำนาจสูงกว่า

ขนาดประเทศที่เขาประสบปัญหามากมายในขณะนี้ในยุโรป เขายังไม่ให้ธนาคารกลางให้กู้กับรัฐบาล ต้องให้รัฐบาล ให้ลูกหนี้ไปเคลียร์กับเจ้าหนี้เอง เพราะคงไม่มีใครมาขอกู้กับคนใต้บังคับบัญชา ที่มีหน้าที่พิมพ์เงิน เพราะอาจจะมีปัญหาความน่าเชื่อถือและเงินเฟ้อ ไม่ว่าจะโดยการออกพันธบัตรเงินบาท หรือพันธบัตรเงินเหรียญสหรัฐให้ ธปท.ถือก็ตาม” ประสาร กล่าว

ประสาร ชี้แจงอีกว่า การที่จะบอกว่า ออกพันธบัตรเงินบาทขายให้ ธปท.ไม่ได้ อาจจะออกพันธบัตรเงินเหรียญสหรัฐนั้น อาจจะเป็นการทำบาปกรรม 2 ประการ หรือตกนรก 2 ขุม

บาปแรก จากการไม่ไปกู้ในตลาดเงินระบบการเงิน หรือทำอย่างจีนที่ออกพันธบัตรขายประชาชนที่มีเงินออมโดยตรง จึงค่อยเข้าไปลงทุน แต่กลับจะหันมากู้จากธนาคารกลางก็เหมือนการพิมพ์เงิน ซึ่งอาจจะก่อปัญหาเงินเฟ้อ

บาปที่สอง การออกพันธบัตรเงินเหรียญสหรัฐ ถ้าคิดภาพการถือพันธบัตรเงินเหรียญสหรัฐ ที่ ธปท.เป็นเจ้าหนี้ ส่วนรัฐบาลเป็นลูกหนี้ ถ้าเกิดการทำนโยบายจำเป็นต้องทำเงินบาทให้อ่อน หรือแข็ง ด้วยเหตุผลในมิติต่างๆ

สมมติทำบาทอ่อน หนี้ที่เป็นเงินเหรียญสหรัฐของประเทศจะเพิ่มขึ้นกลายเป็นกับดักหนี้เงินบาทของประเทศเพิ่มขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีประเทศไหนๆ เขาทำกัน

“เงินสำรองฯ มีไว้เพื่อสำรอง เป็นเงินที่มีภาระมีเจ้าของ ใครจะเอาไปทำอะไร เอาไปลงทุนโครงการอะไร การเกษตร บ่อน้ำมัน ใครจะมาเอา ใครจะมาแตะ ต้องเอาเงินบาทมาแลกไป จะยกไปแต่สินทรัพย์ ไม่เอาหนี้สินไปด้วยไม่ได้ หรือจะเอาสินทรัพย์ยกออกจากบัญชีไปเฉยๆ ไม่เอาอะไรมาแลกก็ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย มันให้ไม่ได้ การใช้ทุนสำรองฯ ใครทำก็ปิดไม่ได้ มันเป็นกฎแห่งกรรม ใครทำใครต้องรับผิดชอบ แต่ผมคิดว่าในช่วงนี้การเมืองคงไม่อยากมายุ่งกับทุนสำรองฯ ไม่ต้องห่วง” ประสาร สรุป

 

ข่าวล่าสุด

น้ำมันขึ้นอีก เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับเพิ่ม 90 สต. ดีเซล 80 สต.

น้ำมันขึ้นอีก เบนซิน-แก๊สโซฮอล์ ปรับเพิ่ม 90 สต. ดีเซล 80 สต.