
เปิดตัวเลข 10 ชาติอยู่ผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ไทยนำโด่ง ก่อนขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัด
เปิดตัวเลข 10 ชาติอยู่ผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ ก่อนขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย “อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม” ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8)
KEY
POINTS
- เกาหลีใต้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย “อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม” ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2026
- โพสต์ทูเดย์ สำรวจเว็บไซต์สถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ (KOSIS) “สถานะชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมายแยกตามสัญชาติ” 10 ประเทศ ไทยนำโด่ง หลักแสนคน
ภายหลังจากมีกระแสข่าวว่า เกาหลีใต้ได้ขึ้นบัญชีดำ 4 จังหวัดของไทย คือ จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม ห้ามนำเข้าแรงงานภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล (วีซ่า E-8) ตลอดทั้งปี 2026 ว่อนตามโซเชียลมีเดีย
ล่าสุดศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ยืนยันข่าวจริง โดยรายงานข้อมูลผ่านเฟซบุ๊ก Anti-Fake News Center Thailand โดยอ้างอิง กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ระบุว่า
เนื่องจากมีแรงงานไทยที่ไปทำงานในภาคภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาล ซึ่งเป็นการจัดส่งผ่านบันทึกความเข้าใจ MOU (วีซ่า E-8) ด้านการจัดส่งแรงงานภาคเกษตรหรือประมงตามฤดูกาล จากพื้นที่ 4 จังหวัดอุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ มหาสารคาม บางส่วนหลบหนีนายจ้าง
ส่งผลให้ทางการสาธารณรัฐเกาหลีดำเนินมาตรการขึ้นบัญชี (Blacklist) แรงงานที่กระทำผิด และมีการตัดสิทธิการนำเข้าแรงงานไทยทั้ง 4 จังหวัดเป็นระยะเวลา 1 ปี ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2026 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2026
กรมการจัดหางาน ยังระบุว่า สำหรับผู้ที่สนใจเดินทางไปทำงานต่างประเทศสามารถศึกษารายละเอียดการสมัคร กำหนดการ และวิธีการรับสมัคร ได้ที่เว็บไซต์กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หรือ Facebook กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ
อย่างไรก็ตามไทยและเกาหลีใต้ลงนาม MOU อย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อปี 2566 ระหว่างกรมการจัดหางานไทย กับท้องถิ่นในเกาหลีใต้ เพื่อส่งแรงงานเกษตรตามฤดูกาลเข้าสู่ระบบวีซ่า E-8 พื้นที่แรกที่ลงนามคือ อำเภอจินอัน จังหวัดซอลลาบุก ของเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้ารับแรงงานไทยภาคเกษตรและประมงตามฤดูกาลจำนวนหลายพันคนต่อปี
ต่อมาในปี 2025 กระทรวงแรงงานไทยขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับหลายเมืองของเกาหลีใต้ เช่น โกฮึง (Goheung County) ในจังหวัดช็อลลาใต้ เพื่อรองรับแรงงานไทยเพิ่มอีกประมาณ 3,000 คน ภายใต้วีซ่า E-8 ซึ่งรายได้เฉลี่ยของแรงงานเกษตรตามฤดูกาลในเกาหลีใต้ อยู่ที่ราว 50,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทงานและจำนวนชั่วโมงทำงาน
ขณะเดียวกัน เกาหลีใต้กำลัง “เพิ่มโควตา” แรงงานเกษตรต่างชาติอย่างมาก เพราะเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานในชนบท โดยที่กระทรวงเกษตรเกาหลีใต้ประกาศว่า ช่วงครึ่งแรกปี 2026 จะนำเข้าแรงงานเกษตรต่างชาติรวมกว่า 104,000 คน โดย 94,000 คนอยู่ภายใต้วีซ่า E-8
แต่ทั้งนี้ ปัญหาใหญ่ของระบบ E-8 คือ “แรงงานหลบหนี” หรือออกนอกระบบหลังเดินทางเข้าเกาหลีใต้ อีกทั้งยังเข้าสู่สถานะอยู่พำนักแบบผิดกฏหมาย และอยู่เกินวีซ่า จึงเป็นที่มาของการตัดสิทธิ์โควตาไทย ใน 4 จังหวัดดังที่กล่าวมาข้างต้น
ซึ่งตามโทษของการหลบหนีนายจ้างในต่างประเทศคือ
- การหลบหนีนายจ้างถือเป็นการฝ่าฝืนสัญญาจ้าง และกฎหมายของสาธารณรัฐเกาหลี
- ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีจับกุมหรือจำคุกและถูกส่งกลับประเทศ
- ถูกขึ้นบัญชี(Blacklist)ไม่สามารถ เดินทางไปทำงานในต่างประเทศได้อีก
- ส่งผลให้จังหวัดถูกจำกัดสิทธิ์ในการจัดส่ง แรงงานหรือระงับการจัดส่งเป็นการชั่วคราว
อย่างไรก็ตาม ปัญหาแรงงานไทยผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ยังคงเป็นประเด็นเรื้อรังที่เกิดขึ้นต่อเนื่องมาหลายปี แม้รัฐบาลเกาหลีใต้จะพยายามกวาดล้าง พร้อมเปิดโอกาสให้แรงงานผิดกฎหมาย หรือคนที่อยู่เกินกำหนดวีซ่า สมัครใจรายงานตัวเพื่อเดินทางกลับประเทศโดยไม่ถูกลงโทษรุนแรง แต่ปัญหาการหลบหนีและอยู่เกินวีซ่ายังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง
10 ประเทศที่อยู่ผิดกฏหมายในเกาหลีใต้
โพสต์ทูเดย์ ได้ค้นหาข้อมูลจาก เว็บไซต์สถิติแห่งชาติเกาหลีใต้ (KOSIS) เรื่อง “สถานะชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมายแยกตามสัญชาติ” ปี 2024 ได้ระบุว่า
จำนวนชาวต่างชาติพำนักผิดกฎหมายในเกาหลีใต้ทั้งหมดอยู่ที่ 397,522 คน ในจำนวนนี้ “คนไทย” มีมากที่สุด 137,035 คน คิดเป็น 34.5% ของทั้งหมด
รองลงมาคือ
- เวียดนาม 77,730 คน (19.6%)
- จีน 61,906 คน (15.6%)
- มองโกเลีย 16,554 คน (4.2%)
- ฟิลิปปินส์ 13,937 คน (3.5%)
- อินโดนีเซีย 13,001 คน (3.3%)
- คาซัคสถาน 11,306 คน (2.8%)
- กัมพูชา 10,709 คน (2.7%)
- รัสเซีย 8,312 คน (2.1%)
- อุซเบกิสถาน 8,103 คน (2.0%)
โดยข้อมูลดังกล่าวอัปเดตล่าสุดเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2025 และเป็นสถิติครอบคลุมช่วงปี 2018–2024 จากฐานข้อมูล KOSIS ของเกาหลีใต้







