posttoday
โสฬสฟ้องบอร์ด

โสฬสฟ้องบอร์ด

27 สิงหาคม 2555

ยื่นต่อศาลปกครองโดนแกล้งขอพึ่งกม.เลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ยื่นต่อศาลปกครองโดนแกล้งขอพึ่งกม.เลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ศึกเอสเอ็มอีแบงก์ยังไม่จบ “โสฬส” ไม่ยอมเสียชื่อ ฟ้องบอร์ดธนาคารให้ออกไม่เป็นธรรม

นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ในฐานะประธานธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ เอสเอ็มอีแบงก์ กล่าวว่า นายโสฬส สาครวิศว อดีตกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอีแบงก์ ที่ถูกคณะกรรมการของธนาคารเลิกจ้างเมื่อเร็วๆ นี้ ได้ยื่นฟ้องศาลปกครองให้การเลิกจ้างของกรรมการไม่ชอบ และให้ยกเลิกคำสั่ง

อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการยังไม่ได้รับหมายศาลจากศาลปกครอง ซึ่งคณะกรรมการติดตามอยู่ว่าทางศาลปกครองจะรับฟ้องหรือไม่

“คณะกรรมการทราบว่านายโสฬสยื่นฟ้องศาลปกครองแล้ว แต่ศาลยังไม่ได้พิจารณารับฟ้อง ซึ่งกรรมการดูแล้วว่าไม่น่าจะฟ้องได้ เพราะในสัญญาว่าจ้างของนายโสฬสเป็นสัญญาว่าจ้างในฐานะผู้บริหารที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ” นายนริศ กล่าว

“ผมเตรียมรับมือกับนายโสฬส ตั้งแต่ก่อนจะลงมติเลิกจ้างแล้ว เชื่อว่า นายโสฬสจะดำเนินการฟ้องศาลแรงงานและศาลแพ่งกับกรรมการของธนาคารต่อไป แต่กรรมการมีหลักฐานเอกสารจากคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่พบว่าการบริหารของอดีตกรรมการผู้จัดการมีความบกพร่องทำเกินอำนาจที่ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ จนทำให้ธนาคารเกิดความเสียหาย” นายนริศ กล่าว

สำหรับการแก้ไขหนี้เสียของธนาคารที่มีจำนวนมากปัจจุบันประมาณ 1.51.6 หมื่นล้านบาท หรือ 1518% ของหนี้ทั้งหมด ได้สั่งให้คณะกรรมการฟื้นฟูเร่งสรุปแผน เพราะหนี้เสียของธนาคารมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะที่ผ่านมามีการบันทึกหนี้เสียต่ำกว่าความเป็นจริง

นายนริศ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารยังมีปัญหาจะถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างปรับปรุงสำนักงานสาขา เนื่องจากไม่มีการเปิดประมูลทำให้ถูกมองว่ามีการฮั้วว่าจ้างและมีคนไปร้องเรียนเรื่องนี้กับดีเอสไอ หากพบว่ามีมูลผู้ที่เกี่ยวข้องธนาคารก็จะถูกดำเนินคดีต่อไป

ทั้งนี้ ที่ประชุมบอร์ดเอสเอ็มอีแบงก์ เมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา มีมติเลิกจ้างนายโสฬส เนื่องจากกระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับของบอร์ด โดยได้แก้ไขสาระสำคัญในโครงการสินเชื่อชะลอเลิกจ้าง จนเป็นเหตุให้มีการปล่อยสินเชื่อเกินวงเงินที่กำหนด ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านเครดิตและเสียหายแก่ธนาคาร เบื้องต้นประเมินความเสียหายไม่ต่ำกว่า 311 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี กรณีของนายโสฬสได้กลายเป็นตัวอย่างของผู้บริหารธนาคารของรัฐ ที่มักจะได้รับนโยบายด้วยวาจาแต่ไม่มีการทำเป็นลายลักษณ์อักษรในการสั่งการ ทำให้ฝ่ายบริหารจะต้องรับผิดชอบเอง หากถูกการเมืองสั่งให้ทำแต่ไม่รับผิดชอบ

อย่างไรก็ดี กระทรวงการคลังได้รับจัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ 2556 สำหรับใช้เพิ่มทุนให้กับเอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อรองรับการขยายตัวของสินเชื่อและเพิ่มการสำรองหนี้เสีย เป็นเงิน 555 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร