
วิกฤตแรงงานยังไร้ทางออกอสังหาฯ ป่วนหวังรัฐยื่นมือช่วย
เปิดฉากงานรับสร้างบ้าน 2012 พร้อมด้วยงานอภิมหกรรมบ้าน–คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2012 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานครั้งนี้ทางฟากของธุรกิจรับสร้างบ้าน มีความน่าสนใจในเรื่องการปรับตัวรับกับวิกฤตแรงงานขาดแคลน
เปิดฉากงานรับสร้างบ้าน 2012 พร้อมด้วยงานอภิมหกรรมบ้าน–คอนโดฯ และสินเชื่อแห่งปี 2012 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-26 ส.ค. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยงานครั้งนี้ทางฟากของธุรกิจรับสร้างบ้าน มีความน่าสนใจในเรื่องการปรับตัวรับกับวิกฤตแรงงานขาดแคลน
สะท้อนได้จากแนวคิดของงาน “Across The Line” ก้าวข้ามความคิดเดิม เริ่มต้นความคิดใหม่ ที่สมาคมรับสร้างบ้านพยายามสื่อสารให้ผู้บริโภคยอมรับสิ่งที่จะต้องเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการก่อสร้างบ้านด้วยระบบเทคโนโลยีสำเร็จรูป
แม้ว่าผู้บริโภคในตลาดบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมจะยอมรับการสร้างบ้านแบบสำเร็จรูปแล้ว แต่ผู้บริโภคกลุ่มรับสร้างบ้านยังไม่ยอมรับ เพราะผู้บริโภคกลุ่มนี้ ล้วนคาดหวังว่าบ้านที่สั่งสร้างจะต้องใช้ระบบก่อสร้างแบบเดิม
“ปัจจุบันผู้บริโภคในกลุ่มรับสร้างบ้านยังไม่ยอมรับการก่อสร้างแบบสำเร็จรูป จึงเป็นประเด็นที่ต้องปรับทัศนคติของผู้บริโภคใหม่ เพราะเราเลี่ยงวิกฤตแรงงานขาดแคลนไม่ได้แล้ว” พัชรา ตัณฑยรรยง นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าว
นอกจากนี้ ยังระบุอีกว่า ปัญหาแรงงานขาดแคลนมีแนวโน้มที่จะรุนแรงขึ้นตั้งแต่ปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า โดยในส่วนของสมาคมรับสร้างบ้าน เตรียมมาตรการเชิงรุกหลายด้านทั้งระยะสั้นและระยะยาว
สำหรับมาตรการระยะสั้น ได้เตรียมหารือกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอาคารชุดไทย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลนร่วมกันอย่างบูรณาการ
รวมถึงร่วมกันเสนอขอให้ภาครัฐ อนุญาตให้แรงงานต่างด้าวทำงานข้ามเขตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งเบื้องต้นอาจจะข้ามเขตได้เฉพาะในกรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล เพื่อให้มีแรงงานเพิ่มขึ้น
พัชรา กล่าวว่า ปัจจุบันแรงงานต่างด้าวจะทำงานได้เฉพาะในเขต หรือสถานที่ประกอบการที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับธุรกิจก่อสร้างที่ต้องเคลื่อนย้ายสถานที่ประกอบการ หากภาครัฐปลดล็อคเรื่องนี้ได้ จะผ่อนคลายปัญหาได้บ้าง
นอกจากนี้ ยังต้องหารือประเด็นการคัดกรองแรงงานต่างด้าวที่มีฝีมือมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันแรงงานต่างด้าวที่เข้ามายังขาดมาตรฐานที่ดี และส่วนใหญ่จะเข้ามาพร้อมกันทั้งสามี ภรรยา ทำให้โครงการต่างๆ มีต้นทุนในการจ้างแรงานสูงขึ้นเท่าตัว แต่คุณภาพงานยังไม่ได้มาตรฐาน
ขณะที่อีกหนึ่งมาตรการระยะสั้น ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านยังต้องยืดระยะเวลาส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าออกไปอีก 1020% โดยระยะเวลาก่อสร้างในสัญญาจะนานกว่าปกติ เช่น กลุ่มบ้าน 35 ล้านบาท ปกติใช้เวลาก่อสร้าง 8 เดือน ต้องเพิ่มไปอีก 23 เดือน
ทางด้านมาตรการระยะยาว ผู้ประกอบการทุกรายต้องเร่งศึกษาการใช้เทคโนโลยีก่อสร้างเข้าช่วย เช่น ผนัง พื้น โครงหลังคาสำเร็จรูป เป็นต้น เพื่อลดการใช้แรงงาน
สำหรับฟากบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม มีการพูดคุยเรื่องวิกฤตแรงงานขาดแคลนมาตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นปลดล็อกแรงงานต่างด้าวทำงานข้ามเขต มีความพยายามผลักดัน แต่ยังไร้ความชัดเจน
อิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า มีความพยายามนำเสนอให้รัฐแก้ปัญหากฎระเบียบห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวข้ามเขตมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ ซึ่งคงเป็นประเด็นที่ต้องใช้เวลา
สำหรับแนวทางการปรับตัวของผู้ประกอบการวงการจัดสรรและคอนโดมิเนียม ได้หันไปพึ่งพาระบบก่อสร้างสำเร็จรูปมากขึ้น และยืดเวลาก่อสร้างให้นานขึ้นประมาณ 23 เดือน จากช่วงเวลาปกติ เพื่อลดปัญหาส่งมอบบ้านไม่ทันตามกำหนด หรือเร่งสร้างบ้านจนขาดคุณภาพ ส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์
อย่างไรก็ตาม หากวิกฤตแรงงานขาดแคลนยังคงยืดเยื้อเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองว่า การประกาศยอดขายนับหมื่นล้านของบิ๊กอสังหาริมทรัพย์หลายค่าย ท้ายที่สุดแล้วจะสามารถโอนบ้านให้ลูกค้าได้ตามเป้าหมายหรือไม่







