
ยักษ์มิตซุยขึ้นเบี้ยน้ำท่วม30%
ระบุเสียหายสูงลิ่ว1.7แสนล้านจ่ายเงินชดเชยแล้ว8.5หมื่นล้าน
ระบุเสียหายสูงลิ่ว1.7แสนล้านจ่ายเงินชดเชยแล้ว8.5หมื่นล้าน
ยักษ์ใหญ่มิตซุยฯ เผยปรับเพิ่มเบี้ยประกันน้ำท่วมเฉลี่ย 30% ตามตลาดประกันต่างประเทศ สังเวยสินไหม 1.7 แสนล้านบาท
นายนาโอยูกิ ซาคากิ รองผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซุย สุมิโตโม อินชัวรันซ์ สาขาประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศไทย เมื่อปลายปี 2554 ที่ผ่านมา ทางบริษัทประกันภัยต่อต่างประเทศได้ปรับขึ้นราคาเบี้ยประกันภัย ทำให้ต้นทุนในการรับประกันภัยของบริษัทเพิ่มสูงขึ้น ทางบริษัทจึงต้องปรับราคาเบี้ยประกันภัยน้ำท่วมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 30%
อย่างไรก็ตาม ในบางพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมหนักในช่วงปลายปีที่ผ่านมาจะถูกปรับราคาเบี้ยเพิ่มขึ้นสูงกว่า 30% โดยบริษัทได้ชี้แจงเหตุผลของการขึ้นเบี้ยประกันภัยกับลูกค้าแล้ว ซึ่งทางลูกค้าก็เข้าใจและเห็นประโยชน์ของการทำประกันภัยต่อไป ทำให้ไม่สูญเสียลูกค้ามากนัก
“เรามีการปรับกลยุทธ์การรับประกันภัยน้ำท่วม โดยจะคุ้มครองประมาณ 30% ของทุนประกันอัคคีภัยทรัพย์สิน หรือ 10% ของทุนประกันอัคคีภัยทรัพย์สิน” นายซาคากิ กล่าว
นายซาคากิ กล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ทำให้ลูกค้าของบริษัทเสียหายและคาดว่าจะเป็นสินไหมทดแทนที่จะต้องชดใช้ประมาณ 4.7 แสนล้านเยน หรือถ้าเทียบกับค่าเงินบาท ณ วันที่ 23 ส.ค.จะเป็นเงินไทยประมาณ 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งได้ทำการจ่ายค่าสินไหมทดแทนไปแล้วประมาณ 50% ส่วนที่เหลือจะมีการเร่งรัดจ่ายสินไหมทดแทนให้ได้มากที่สุดภายในเดือน ก.ย.นี้ เพราะเป็นช่วงที่จะต้องปิดงบการเงินงวด 6 เดือนแรกของบริษัทญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม การที่ไม่สามารถจ่ายสินไหมให้เสร็จสิ้นภายในปีนี้ จะมีสาเหตุมาจากลูกค้าเป็นรายใหญ่จริงๆ ที่ต้องอาศัยข้อมูลเอกสารจำนวนมาก และลูกค้ายังไม่พร้อมที่จะสรุปความเสียหาย จึงต้องใช้เวลาในการทำงาน จะพยายามจ่ายสินไหมทดแทนให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือน มี.ค. 2556 ซึ่งเป็นช่วงที่จะต้องปิดงบประจำปีของบริษัท
“ความเสียหายที่คาดว่าจะมีประมาณ 1.7 แสนล้านบาท บริษัทแม่ได้สำรองเงินไว้เตรียมจ่ายออกไปก่อน หลังจากนั้นจะมีการเรียกจากประกันภัยต่ออีกทอดหนึ่ง” นายซาคากิ กล่าว
นายซาคากิ กล่าวว่า การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติในประเทศไทย ทำให้ลดความกดดันเรื่องอัตราเบี้ยประกันภัยน้ำท่วม และเรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้ว่ายังคงสนใจเข้ามาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการดำเนินธุรกิจในปี 2555 นี้ บริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยรับรวม 4,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากงวดเดียวกันของปี 2554 ที่มีเบี้ยรับรวม 3,800 ล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตได้ตามเป้าหมายจากการที่ยอดขายรถยนต์ใหม่เติบโตอย่างมากโดยคาดว่าปีนี้จะมียอดขายถึง 1.2 ล้านคัน และบริษัทต่างชาติยังคงสนใจทำธุรกิจในประเทศไทยต่อไป ซึ่งมีการขอให้บริษัทเสนอราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ประกันอัคคีภัย และประกันภัยอื่นๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง







