posttoday
ชี้เงินทะลักไม่เกี่ยวใช้ดบ.คุมเงินเฟ้อ

ชี้เงินทะลักไม่เกี่ยวใช้ดบ.คุมเงินเฟ้อ

22 สิงหาคม 2555

ธปท.แจงไหลเข้าพันธบัตรเพียบ นักลงทุนเชื่อมั่นแนะดูแลเกษตร

ธปท.แจงไหลเข้าพันธบัตรเพียบ นักลงทุนเชื่อมั่นแนะดูแลเกษตร

ธปท.เผยเงินนอกไหลเข้าไทยต่อเนื่อง ประสารยันไม่ใช่เพราะนโยบายใช้ดอกเบี้ยคุมเงินเฟ้อ เป็นผลจากความเชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังขยายตัวได้ ครึ่งปีหลังก็ยังมีแนวโน้มเติบโตได้ เนื่องจากการลงทุน การบริโภคของไทยยังดี แต่ภาคส่งออกปีนี้คงไม่ดี เพราะถูกกระทบจากยุโรปและเศรษฐกิจโลกพอสมควร ที่ ธปท.คาดไว้ว่าจะโต 7% อาจจะทำได้จริงๆ ประมาณ 4% ซึ่งถ้าเป็นไปได้อยากให้รัฐบาลสนับสนุนการส่งออกสินค้าเกษตรให้มากขึ้น และจากภาวะดังกล่าวทำให้เงินทุนต่างชาติไหลเข้ามาไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดช่วงวันที่ 117 ส.ค.ที่ผ่านมา มีเงินไหลเข้ามาในตลาดพันธบัตรหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ

นายประสาร ชี้แจงว่า เท่าที่ติดตามเงินจะไหลเข้าในตลาดหุ้นไม่มากนัก อยู่ที่หลักร้อยล้านเหรียญสหรัฐ แต่ไม่ได้ไหลเข้าเพราะดอกเบี้ยไทยสูงกว่าในต่างประเทศ

“ถ้าบอกว่าทำนโยบายการเงินเพื่อดูแลเงินเฟ้อแล้วดอกเบี้ยสูง เงินทุนไหลเข้า ควรใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนนั้น ผมว่าการขึ้นดอกเบี้ยมันมีข้อจำกัด และเงินทุนไหลเข้าไทยไม่ใช่เพราะดอกเบี้ยเราสูง แต่การไหลเข้าขึ้นกับเขามีความมั่นใจในเศรษฐกิจไทย ขึ้นกับปัจจัยอีกหลายๆ ด้าน เพราะถ้าปล่อยให้เงินเฟ้อสูงแล้วค่าเงินบาทแข็งรับได้หรือไม่” นายประสาร กล่าว

ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวต่อว่า ประเทศสิงคโปร์ที่ใช้นโยบายอัตราแลกเปลี่ยนไม่ใช่ว่าเขาไม่มีปัญหา เขามีเงินทุนไหลเข้า มีปัญหาอสังหาริมทรัพย์ราคาสูง ฮ่องกงที่ใช้นโยบายเดียวกันนี้เขาก็มีปัญหา

นายประสาร กล่าวว่า สรุปแล้วเห็นว่าเงินทุนไหลเข้ามีน้ำหนักจากอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่าดอกเบี้ย เพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับเปลี่ยนแค่ 45% คงไม่กระทบนักลงทุนเท่าไหร่ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น 10% ย่อมมีผลต่อนักลงทุนแน่ๆ ส่วนอัตราดอกเบี้ยขยับแค่ 2-3 สตางค์ ไม่น่ามีผลต่อนักลงทุนมากนัก ซึ่งถ้ารัฐบาลต้องการให้ลดดอกเบี้ยเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ขยายตัวมากขึ้นนั้น อาจจะไม่เกิดการลงทุนหรือการบริโภคอย่างที่คิดก็เป็นได้ เพราะสหรัฐมีการทำแล้ว ดอกเบี้ยต่ำมาก การลงทุนก็ไม่เกิด แถมมาทำการเพิ่มปริมาณเงิน หรือคิวอี อีก แต่ก็ไม่ได้ผล

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า นโยบายการเงินที่อิงเป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) ในปัจจุบันมีความยืดหยุ่นเพียงพอ สำหรับการเติบโตของเศรษฐกิจไทยท่ามกลางความเสี่ยงจากวิกฤตการเงินโลก เนื่องจากนโยบายการเงินไม่ใช้สูตรคณิตศาสตร์ที่ตายตัว หากต้องการให้ความสำคัญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจก่อนก็สามารถทำได้

“นับตั้งแต่ใช้นโยบายนี้ เศรษฐกิจไทยก็เติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ผ่านวิกฤตหลายครั้ง ทั้งซับไพรม์ น้ำท่วม แต่ก็ประคับประคองผ่านกันมาได้ ขณะที่เงินเฟ้อก็ควบคุมได้ดี” นายเชาว์ กล่าว

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน