posttoday
ลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง

ลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษของกระทรวงการคลัง

21 สิงหาคม 2555

ในช่วงระหว่างวันที่ 3–14 ก.ย. 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ (Saving Bond)

โดย...พอพิศ ยอดแสง

ในช่วงระหว่างวันที่ 3–14 ก.ย. 2555 ที่กำลังจะถึงนี้ กระทรวงการคลังจะเปิดให้มีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ (Saving Bond) ในวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ให้กับประชาชนโดยทั่วไปที่สนใจลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งจุดเด่นที่สำคัญของพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นที่กำลังจะเปิดขายนี้ คือ การนำระบบไร้ใบหลักทรัพย์ (Scrip Less) มาใช้ตั้งแต่ขั้นตอนของการจองซื้อ โดยกระทรวงการคลังมีความตั้งใจที่จะเพิ่มความสะดวกสบายในการซื้อตราสารหนี้ของประชาชนให้มากที่สุด

ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 เป็นต้นมา กระทรวงการคลังทำการออกพันธบัตรออมทรัพย์ไปแล้วรวม 72 รุ่น คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 6.65 แสนล้านบาท โดยใช้วิธีขายผ่านธนาคารที่เป็นตัวแทนจำหน่าย โดยประชาชนที่ต้องการซื้อจะต้องไปต่อแถว หรือเข้าคิวที่สาขาของธนาคารที่เป็นตัวแทน ในวันและเวลาที่กำหนดไว้ เมื่อทำการซื้อที่ธนาคารสาขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กระทรวงการคลังจะจัดส่งใบหลักทรัพย์ (Scrip) ไปให้ตามที่อยู่ที่ผู้ซื้อได้แจ้งเอาไว้ต่อไป

หลังจากนั้นหากผู้ถือพันธบัตรออมทรัพย์ต้องการขาย (หรือมีความต้องการใช้เงิน) ก่อนที่พันธบัตรจะครบกำหนดไถ่ถอน ก็จะต้องนำใบหลักทรัพย์ที่ได้ไปติดต่อที่ธนาคารสาขาเพื่อทำการขายคืนก่อนกำหนด ด้วยวิธีการเช่นนี้ จะเห็นได้ว่ามีความยุ่งยากและเสียเวลา

แต่สำหรับพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ รุ่นที่กำลังจะเปิดขายนี้ ประชาชนที่มีความสนใจสามารถไปทำการลงทะเบียนเพื่อเปิดบัญชีในการซื้อพันธบัตรผ่านสาขาของธนาคารที่เป็นตัวแทนจำหน่ายทั้ง 4 ธนาคาร คือ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ตั้งแต่วันที่ 27 ส.ค. 2555 เป็นต้นไป และเมื่อทำการลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะได้รับสมุดบัญชีสำหรับการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ (หน้าตาคล้ายๆ กับสมุดบัญชีเงินฝาก) มาเก็บไว้ค่ะ จากนั้นในช่วงระหว่างวันที่ 3–14 ก.ย. 2555 ที่เป็นช่วงของการเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์ ประชาชนที่ทำการลงทะเบียนไว้แล้ว สามารถทำการซื้อพันธบัตรโดยทำรายการผ่านตู้ เอทีเอ็ม ของธนาคารที่ตนเองได้ไปทำการลงทะเบียนไว้ได้ทันที โดยที่ระบบจะหักเงินในบัญชีเงินฝาก เพื่อนำไปชำระเป็นค่าซื้อพันธบัตรต่อไป

เมื่อนำสมุดบัญชีสำหรับการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ที่ได้รับมาในตอนแรก ไปปรับปรุงรายการ ก็จะปรากฏรายละเอียดเกี่ยวกับพันธบัตรรุ่นที่ซื้อ อัตราดอกเบี้ย วันที่ครบกำหนดไถ่ถอนและรายละเอียดเกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยระบุเอาไว้ และหากวันใดที่ต้องการขาย ก็สามารถไปทำรายการขายผ่านตู้ เอทีเอ็ม ได้เช่นเดียวกับตอนที่ทำรายการซื้อค่ะ จะเห็นได้ว่าการนำระบบ Scrip Less มาใช้ในครั้งนี้ ถือเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชนที่ทำการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ และเป็นการสร้างพื้นฐานที่มั่นคงให้กับระบบการซื้อขายตราสารหนี้ภาครัฐของนักลงทุนรายย่อยในอนาคตด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท