posttoday
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับธุรกิจข้าวไทย

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนกับธุรกิจข้าวไทย

20 สิงหาคม 2555

สำหรับเรื่องข้าวนั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และคนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก

โดย...รุจิระ บุนนาค

“...สำหรับเรื่องข้าวนั้น ก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม และคนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก ข้าวไทยมีหลายชนิดล้วนแต่อร่อย และเป็นพลังงานที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่าพลังงานจากอาหารประเภทแป้งชนิดอื่น อย่างเช่น โอลิมปิก เดี๋ยวนี้เขาประกาศแล้วว่านักกีฬาทั้งหลายของโอลิมปิกจะต้องรับประทานข้าว เพราะข้าวเป็นอาหารแป้งที่ดีมาก และก็ไม่อ้วน ไม่เพิ่มน้ำหนัก ดังนั้น สถาบันที่รัฐบาลจะจัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องข้าว ก็คงจะเป็นที่พึ่งที่หวังของชาวนาได้ต่อไป...”

ข้างต้น คือ พระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 73 พรรษา พ.ศ. 2548

“ข้าว” คงมีคนไทยน้อยคนที่ไม่เคยรับประทานข้าว เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่า ข้าวเป็นอาหารหลักคนไทยมาแต่โบราณ ดังพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ข้าวยังจัดเป็นอาหารหลักของคนทุกชาติทุกภาษา เพียงแต่ข้าวที่รับประทานอาจอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในรูปแบบต่างๆ ที่แปรรูปมาจากข้าวเจ้า ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ แต่แท้ที่จริงก็คือธัญพืชพวกข้าวนั่นเอง วิถีชีวิตของคนไทยนับแต่โบราณกาลก็มีความผูกพัน จนก่อให้เกิดพิธีกรรมที่สำคัญ คือ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พระราชพิธีพิรุณศาสตร์ (พิธีขอฝนเพื่อประโยชน์ในการทำเกษตรกรรม) พิธีสู่ขวัญข้าว และยังมีเพลงที่เกี่ยวกับข้าว เช่น “บ้านของพี่ทำนา ทำนา ปลูกข้าวทุกเมื่อ...” “ทุ่งเอ๋ยทุ่งรวงทอง...” หรือการละเล่นของเด็กไทยแต่โบราณ “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก”

ประเทศไทยมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะกับการปลูกข้าว การปลูกข้าวและการส่งออกข้าวจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะทำรายได้เข้าประเทศ ประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ข้าวหอมมะลิถือเป็นข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย

ในอดีตย้อนไปประมาณเกือบ 40 ปี ได้มีประเทศมหาอำนาจและเป็นมหามิตรกับประเทศไทย ได้ให้ความช่วยเหลือประเทศไทยเพื่อเพิ่มผลผลิตข้าวให้ได้มากขึ้น โดยส่งผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำด้านการปลูกข้าวแก่ประเทศไทย ทั้งที่ประเทศของเขาไม่ได้ปลูกข้าวเป็นหรือเก่งกว่าประเทศไทยในขณะนั้น ผู้เชี่ยวชาญพยายามเก็บข้อมูลทุกอย่างของประเทศไทย และทำการศึกษาว่า ทำไมประเทศไทยสามารถปลูกข้าวได้ดี และศึกษาพันธุ์ข้าวต่างๆ ของไทย มาถึงเวลานี้ประเทศนั้นสามารถปลูกข้าวไม่เพียงแต่ให้ประชากรในประเทศของตนบริโภคได้ แต่ยังสามารถส่งออกข้าวจำหน่ายไปยังประเทศต่างๆ จนกลายเป็นประเทศที่เป็นคู่แข่งสำคัญในการส่งออกข้าวของไทย

ประเทศไทยยังต้องเผชิญกับคู่แข่งขันในเรื่องข้าวกับประเทศในกลุ่มเอเชียด้วยกัน เช่น เวียดนาม กัมพูชา พม่า และอินเดีย เป็นต้น ทั้งนี้ การแข่งขันในตลาดโลก ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกข้าวของไทยลดลง โดยในวันที่ 1-21 มิ.ย. 2555 มีประมาณ 325,437 ตันข้าวสาร ลดลง 59.59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเมื่อรวมตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-21 มิ.ย. 2555 มีปริมาณส่งออก 3.24 ล้านตันข้าวสาร ลดลง 45.66% รัฐบาลควรทำการศึกษาและหาทางแก้ไขว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไร

นอกจากนี้ เรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก คือ เมื่อการรวมประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC หรือ ASEAN Economic Community) เสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2558 ซึ่งเป็นการนำอาเซียนที่ประกอบไปด้วยไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย บรูไน กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม สู่การเป็นตลาดและฐานผลิตร่วมกัน การเป็น AEC ย่อมทำให้มีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์มากน้อยแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้ประกอบการในแต่ละประเทศ

การที่ประเทศไทยซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกของ AEC มีศักยภาพในการทำเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปลูกและผลิตข้าว จึงทำให้ประเทศไทยต้องตระหนักว่า เมื่อมีการรวมตัวเป็น AEC ประเทศไทยอาจเสียประโยชน์ในเรื่องนี้ เพราะปัจจุบันมีหลายประเทศในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง หรือแม้กระทั่งประเทศสิงคโปร์ได้เข้ามาทำธุรกิจข้าวในประเทศไทย ทำการปลูกข้าวหอมมะลิในภาคเหนือ และส่งกลับไปขายหรือบริโภคในประเทศของตน โดยการจัดตั้งบริษัทไทยและให้คนไทยถือหุ้นแทน หน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องควรเร่งตรวจสอบและหาทางแก้ไข

เป็นเวลาอีกเพียงไม่ถึง 3 ปีเต็ม การเป็น AEC ก็จะเสร็จสมบูรณ์ เมื่อถึงเวลานั้น การเดินทางและการประกอบธุรกิจต่างๆ ก็เป็นไปได้สะดวกยิ่งขึ้น หากรัฐบาลไม่เร่งหาทางแก้ไขธุรกิจข้าวไทยคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ชาวต่างชาติต้องการอาศัย AEC เพื่อให้เกิดประโยชน์ ถึงเวลานั้นธุรกิจข้าวไทยอาจระส่ำระสาย รวมถึงเกษตรกรของไทยที่อาจถูกสมาชิกในกลุ่มอาเซียนเข้ามาแย่งอาชีพหรือพื้นที่ทำกิน รัฐบาลควรประชาสัมพันธ์ให้คนไทยทุกภาคส่วนเข้าใจถึงผลดีและผลกระทบจากการเป็น AEC อย่างเร่งด่วน

หากรัฐบาลไม่มีมาตรการดูแลและเตรียมพร้อมในเรื่องข้าวอย่างชัดเจน ย่อมส่งผลกระทบต่อธุรกิจข้าว ซึ่งถือว่าเป็นพืชส่งออกอันดับหนึ่ง และนำรายได้เข้าประเทศมหาศาลสั่นคลอนลงแน่ รวมถึงต้องให้ความสำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของคนไทย ไม่ให้ได้รับผลกระทบถึงแม้จะมี AEC มิฉะนั้นอาชีพการปลูกข้าวและการส่งออกข้าวของไทยจะตกอยู่ในมือของคนต่างชาติ และในอนาคตคนไทยอาจต้องซื้อข้าวจากต่างชาติเพื่อรับประทานกัน

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน