
ซาโลร่าขอที่1เว็บขายของ
ซาโลร่า ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 เว็บขายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นในไทยปีหน้า พร้อมดันยอดขายทะลุ 1 หมื่นออร์เดอร์ต่อวันใน 1 ปี
ซาโลร่า ตั้งเป้าขึ้นเบอร์ 1 เว็บขายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นในไทยปีหน้า พร้อมดันยอดขายทะลุ 1 หมื่นออร์เดอร์ต่อวันใน 1 ปี
นายเจอร์รี่ อีเดล กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายการตลาด บริษัท ซาโลร่า (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทเปิดตัวเว็บไซต์สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ www.zalora.co.th ในเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามียอดสมาชิกในเว็บไซต์กว่า 6 หมื่นคน และมีผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 7 หมื่นคนต่อวัน โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อสูงขึ้น 20% ต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 1,000 คำสั่งซื้อต่อวัน
ทั้งนี้ ได้ตั้งเป้าสมาชิกในปีนี้ไม่น้อยกว่า 2.5 แสนคน และมียอดคำสั่งซื้อประมาณ 1 หมื่นคำสั่งซื้อต่อวัน ซึ่งปัจจุบันสินค้าภายในเว็บไซต์กว่า 4 หมื่นรายการ จาก 500 ยี่ห้อ และตั้งเป้าเพิ่มยี่ห้อสินค้าเป็น 1,000 ยี่ห้อ หรือ 1 แสนรายการ ภายใน 6–12 เดือน
“เราตั้งเป้าว่าภายในปีหน้าจะขึ้นเป็นผู้นำในของไลฟ์สไตล์แฟชั่นรีเทลในไทย” นายอีเดล กล่าว
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้เปิดพื้นที่คลังเก็บสินค้าพื้นที่กว่า 2.5 พันตารางเมตร เพื่อสร้างมาตรฐานการจัดเก็บสินค้าได้มีคุณภาพ ซึ่งคาดว่าจะรองรับการจัดเก็บสินค้าได้กว่า 1 ล้านรายการ
สำหรับมูลค่าตลาดรวมตลาดสินค้าแฟชั่นออนไลน์ทั่วโลก มีมูลค่าประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเติบโต 5–7% ต่อปี ขณะที่ในประเทศไทยมีมูลค่าตลาดประมาณ 4 หมื่นล้านบาท
นายอีเดล กล่าวต่อว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์จัดกิจกรรมส่งเสริมทางการตลาดในเว็บไซต์ต่อเนื่องตลอดปี และจัดส่งฟรีสำหรับผู้ที่สั่งซื้อสินค้า พร้อมรับประกันสินค้าถึงมือลูกค้าภายใน 1–3 วัน โดยหากลูกค้าไม่พอใจสามารถส่งคืนสินค้าได้ภายใน 30 วัน และรับเงินคืนได้ 100% รวมถึงบริการส่งสินค้าเก็บเงินปลายทาง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า และทำให้เว็บไซต์สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ ประสบความสำเร็จ ด้วยการ ซึ่งจะสามารถตรวจสอบสถานะการสั่งซื้อสินค้าและการส่งสินค้าได้ตลอดเวลา
“จุดเด่นของเว็บไซต์ zalora คือ การรวมสินค้าแฟชั่น อาทิ กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ความงาม น้ำหอม และอื่นๆ ภายใต้แบรนด์ชั้นนำสำหรับผู้ชาย ผู้หญิง และเด็ก มารวมไว้ในที่เดียวซึ่งสามารถเลือกซื้อได้ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ทั่วไป 10–20%พร้อมการเข้าถึงได้ทั่วประเทศ” นายอีเดล กล่าว
นอกจากนี้ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ของเอเชียที่เว็บ zalora มาเปิดตัว และคาดว่าหลังการเปิดเสรีเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางด้านแฟชั่น (ฮับ) โดยคาดว่าตลาดหลังการเปิดเสรีการขายสินค้าผ่านเว็บไซต์จะมีอัตราเติบโตสูงมาก







