
ครม.ผ่านแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
ดร.โกร่งเสนอ ครม.เร่งรัดกู้เงินในประเทศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะ 5-10 ปี
ดร.โกร่งเสนอ ครม.เร่งรัดกู้เงินในประเทศลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระยะ 5-10 ปี
นายชลิตรัตน์ จันทรุเบกษา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบผลการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) และเห็นชอบการดำเนิน 4 มาตรการลงทุนสร้างอนาคต ซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วนที่ นายวีรพงษ์ รามางกูร เป็นประธาน กยอ.เสนอ ประกอบด้วย
1.กำหนดนโยบายการลงทุนในระยะ 510 ปี โดยให้ความสำคัญกับการใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศหลัก 2.ยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย 3.แนวทางการพัฒนาระบบรถไฟ ควรมีการดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการปรับปรุงระบบรถไฟในปัจจุบัน และการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง 4.เร่งรัดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย เมื่อปี 2554 ผ่านโครงการสินเชื่อแบบผ่อนปรนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในวงเงิน 3 แสนล้านบาท
ประเด็นที่ 1 นโยบายลงทุนของประเทศไทย นับตั้งแต่วิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี 2540 ไม่สามารถบริหารให้เกิดการลงทุนที่สร้างรากฐานสำหรับอนาคตของประเทศได้ดีพอ รัฐบาลจึงควรพิจารณากำหนดนโยบายการลงทุนในระยะ 510 ปีข้างหน้า โดยให้ความสำคัญกับการใช้แหล่งเงินกู้ในประเทศเป็นหลัก
ประเด็นที่ 2 โครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศไทยและสหภาพเมียนมาร์ เห็นควรยกระดับความร่วมมือในการพัฒนาโครงการดังกล่าวขึ้นเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล
ทั้งนี้ ในระหว่างที่ประธานาธิบดีสหภาพเมียนมาร์เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 29 พ.ค.-2 มิ.ย. 2555 และมีกำหนดพบหารือทวิภาคีกับนายกรัฐมนตรีในช่วงเวลาดังกล่าว เห็นควรเสนอฝ่ายเมียนมาร์ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างไทยเมียนมาร์ เพื่อให้มีกลไกในระดับรัฐบาลของทั้งสองประเทศในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวอย่างเป็นรูปธรรม
ประเด็นที่ 3 การลงทุนพัฒนาระบบราง ควรดำเนินการควบคู่กันไปทั้งการปรับปรุงระบบรถไฟที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบรถไฟความเร็วสูง โดยควรมีการวางแผนเพื่อใช้ประโยชน์จากการเชื่อมโยงของทั้งสองระบบในลักษณะสนับสนุนกัน เพื่อช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์
ประเด็นที่ 4 ขอความร่วมมือให้สมาคมธนาคารไทยช่วยเร่งรัดอำนวยความสะดวกเพื่อปล่อยสินเชื่อให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ประสบภัยน้ำท่วม







